ชัดเจน · ขายฝากบ้านและที่ดิน รับทั่วประเทศ · LINE @311chlem
ชัดเจน / เรื่องควรรู้

ขายฝากโดนโกง สัญญาณอันตรายที่ต้องดูให้ออกก่อนเซ็นสัญญา

รวมสัญญาณอันตรายที่ตรวจเองได้ก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก ทั้งการนัดนอกสำนักงานที่ดิน การหักดอกเบี้ยล่วงหน้า และชื่อบัญชีรับโอนที่ไม่ตรงกับผู้ซื้อฝาก

สัญญาณอันตรายก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก มีอะไรบ้าง?

สัญญาณที่ต้องหยุดทันทีคือการชวนทำสัญญานอกสำนักงานที่ดิน เพราะมาตรา 7 กำหนดว่าสัญญาขายฝากต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ รองลงมาคือการให้เซ็นใบมอบอำนาจที่ยังไม่กรอกข้อความ การเรียกเก็บค่าดำเนินการก่อนอนุมัติ การหักดอกเบี้ยล่วงหน้าจากเงินก้อนโดยไม่เขียนไว้ในสัญญา ตัวเลขในสัญญาไม่ตรงกับที่ตกลงกันไว้ และบัญชีรับโอนที่ไม่ใช่ชื่อผู้ซื้อฝาก ทุกข้อตรวจได้ด้วยการขอดูเอกสารและถามให้ชัดก่อนลงลายมือชื่อ ถ้าอีกฝ่ายเร่งให้เซ็นโดยไม่ให้อ่าน นั่นคือเหตุผลที่ดีพอจะเลื่อนนัดออกไป

ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ขายฝากโดนโกง มักเกิดขึ้นตรงจุดไหน

การขายฝากที่ทำถูกขั้นตอนเป็นธุรกรรมที่กฎหมายรองรับ และมีกฎหมายเฉพาะคุ้มครองผู้ขายฝากอยู่แล้ว ปัญหาที่คนเรียกว่าขายฝากโดนโกง จึงมักไม่ได้เกิดจากตัวกฎหมาย แต่เกิดจากขั้นตอนบางอย่างที่ถูกทำให้ผิดไป แล้วผู้ขายฝากไม่ทันสังเกตในวันนั้น

สัญญาณเกือบทั้งหมดมองเห็นได้ก่อนเซ็น ใช้แค่การขอดูเอกสารและการยอมเสียเวลาอ่านให้จบ ลองอ่านภาพรวมสิทธิของคุณที่ สิทธิและการไถ่คืน ก่อน

ข้อกฎหมายที่อ้างในบทความนี้มาจาก พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งมาตรา 6 กำหนดให้ใช้กับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา ถ้าทรัพย์หรือคู่สัญญาของคุณไม่เข้าเงื่อนไขนี้ ให้ตรวจสอบเป็นรายกรณีว่าข้อใดใช้ได้บ้าง

ขั้นตอนที่ควรเป็น

พบผู้ซื้อฝากตัวจริง อ่านสัญญาฉบับเต็มล่วงหน้า จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน รับเงินเต็มจำนวนตามราคาขายฝาก และกลับบ้านพร้อมเอกสารครบ

สัญญาณที่ต้องหยุด

นัดเซ็นนอกสถานที่ราชการ ให้เซ็นเอกสารที่ยังไม่กรอก เรียกเก็บเงินก่อนอนุมัติ หักเงินออกจากก้อนโดยไม่เขียนไว้ที่ใด และเร่งให้เซ็นโดยไม่ให้อ่าน

สัญญาณอันตรายช่วงก่อนถึงวันนัด

ช่วงนี้คุณยังไม่ได้ผูกพันอะไร จึงเป็นช่วงที่ถอยได้ง่ายที่สุด

  • ชวนทำสัญญานอกสำนักงานที่ดิน ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใด มาตรา 7 กำหนดว่าสัญญาขายฝากต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ สิ่งที่ต้องทำแทน นัดที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น และไม่ส่งมอบโฉนดก่อนวันนัด
  • เรียกเก็บค่าดำเนินการก่อนอนุมัติ เช่น ค่าประเมินหรือค่ามัดจำสิทธิ์ ทั้งที่ยังไม่ตกลงวงเงินหรือวันนัด สิ่งที่ต้องทำแทน ขอให้ระบุเป็นหนังสือว่าเก็บค่าอะไรและคืนเงินในกรณีใด แล้วเลื่อนการจ่ายไปหลังมีข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ไม่ยอมให้เห็นร่างสัญญาล่วงหน้า บอกว่าจะได้อ่านหน้างานในวันเซ็น สิ่งที่ต้องทำแทน ขอสำเนาร่างสัญญาอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนนัด
  • ให้เซ็นเอกสารที่ยังไม่กรอกข้อความ โดยเฉพาะใบมอบอำนาจ โดยอ้างว่าจะกรอกให้ทีหลัง สิ่งที่ต้องทำแทน ไปเองทุกครั้ง ถ้าจำเป็นต้องมอบอำนาจจริง ให้สอบถามขั้นตอนที่ถูกต้องกับสำนักงานที่ดินเป็นรายกรณี
  • ไม่ยอมให้พบผู้ซื้อฝากตัวจริง คุยผ่านคนกลางตลอดจนถึงวันเซ็น สิ่งที่ต้องทำแทน ยืนยันว่าต้องพบและตรวจบัตรประชาชนของผู้ซื้อฝากในวันจดทะเบียน

สัญญาณอันตรายเรื่องเงิน หักดอกเบี้ยล่วงหน้าและยอดที่ไม่ตรง

สัญญาณกลุ่มนี้กระทบเงินในมือทันที ตัวอย่างเช่น ตกลงราคาขายฝาก 2,000,000 บาท อัตราส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน เท่ากับ 15,000 บาทต่อเดือน แล้ววันจดทะเบียนกลับถูกหักล่วงหน้า 3 งวดออกจากเงินก้อน

รายการที่ตกลงกันไว้ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อถูกหักล่วงหน้า
ราคาขายฝากในสัญญา2,000,000 บาท2,000,000 บาท
เงินที่ได้รับวันจดทะเบียน2,000,000 บาท1,955,000 บาท
ถูกหักล่วงหน้า 3 งวด0 บาท45,000 บาท
ยอดที่ใช้คิดสินไถ่2,000,000 บาท2,000,000 บาท

จุดที่ต้องระวังคือสองแถวล่าง เงินที่ได้รับน้อยลง แต่ยอดที่ใช้คิดสินไถ่ยังเป็นราคาขายฝากเต็มจำนวน มาตรา 8 เขียนว่าเงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว ถ้ายอมให้หักล่วงหน้า จึงต้องมีเอกสารระบุว่าหักเป็นงวดของเดือนใด และต้องนำไปลดยอดในวันไถ่จริง อ่านวิธีคิดยอดที่ สินไถ่คืออะไร

  • หักดอกเบี้ยล่วงหน้าโดยไม่เขียนไว้ที่ใดเลย ได้เงินน้อยลงแต่ยอดไถ่เท่าเดิม สิ่งที่ต้องทำแทน ขอใบรับเงินที่ระบุชัดว่าหักกี่งวด งวดของเดือนใด และให้ผู้ซื้อฝากลงลายมือชื่อ
  • ตัวเลขในสัญญาไม่ตรงกับที่ตกลงกัน ทั้งราคาขายฝาก ยอดสินไถ่ อัตราส่วนเพิ่ม และกำหนดเวลาไถ่ สิ่งที่ต้องทำแทน อ่านออกเสียงทีละตัวเลขต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ตรงให้แก้ก่อนลงลายมือชื่อ อย่าเซ็นไปก่อนแล้วค่อยแก้
  • บัญชีรับโอนไม่ใช่ชื่อผู้ซื้อฝาก เป็นชื่อนายหน้า ญาติ หรือบริษัทที่ไม่ปรากฏในสัญญา สิ่งที่ต้องทำแทน ขอให้โอนเข้าบัญชีชื่อคุณเองจากบัญชีชื่อผู้ซื้อฝาก และเก็บสลิปไว้ทุกใบ เพราะสลิปคือหลักฐานว่าได้รับเงินเท่าใดจริง
  • กำหนดสินไถ่เกินเพดานกฎหมาย มาตรา 8 ยอมให้สินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี สิ่งที่ต้องทำแทน คำนวณเทียบก่อนเซ็นตามวิธีใน ดอกเบี้ยขายฝาก ถ้าเกินเพดาน ให้ถือเป็นข้อเสนอที่ไม่ควรรับตั้งแต่ต้น
  • เรียกเก็บค่าเช่าระหว่างสัญญา ทั้งที่มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากครอบครองและใช้สอยทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยหรือเกษตรกรรมได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน สิ่งที่ต้องทำแทน ตรวจว่าสัญญาไม่มีข้อความให้คุณจ่ายค่าเช่าหรือให้ย้ายออก อ่าน อยู่ในบ้านต่อได้ไหม

สัญญาขายฝากไม่เป็นธรรม ดูอย่างไรในวันเซ็น

วันเซ็นมักเป็นวันที่กดดันที่สุด สิ่งที่ช่วยได้คือการรู้ล่วงหน้าว่าต้องดูอะไร และรู้ว่าการขอเวลาอ่านเป็นสิ่งที่ทำได้

  • เร่งให้เซ็นโดยไม่ให้อ่าน อ้างว่าเจ้าหน้าที่รอ หรือว่าเนื้อหาเหมือนกันทุกฉบับ สิ่งที่ต้องทำแทน ขอเวลาอ่านให้จบ ถ้าถูกกดดันจนรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้เลื่อนนัด
  • กำหนดเวลาไถ่ผิดจากที่กฎหมายยอมให้ มาตรา 10 กำหนดว่าห้ามต่ำกว่า 1 ปีและห้ามเกิน 10 ปี สิ่งที่ต้องทำแทน ตรวจวันครบกำหนดว่าอยู่ในกรอบนี้ แล้วจดลงปฏิทินของคุณทันที
  • มีข้อความให้สละสิทธิล่วงหน้า เช่น ให้ถือว่าไม่ต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด หรือให้ย้ายออกทันทีเมื่อผิดนัด สิ่งที่ต้องทำแทน ข้อความลักษณะนี้อาจขัดกับสิทธิตามมาตรา 12 และมาตรา 17 และมาตรา 6 ระบุว่าข้อตกลงที่ขัดกับ พ.ร.บ. นี้เป็นโมฆะ ให้ขอตัดออกก่อนจดทะเบียน
  • ทำเป็นสัญญาซื้อขายพร้อมคำมั่นว่าจะขายคืน เพื่อเลี่ยงคำว่าขายฝาก สิ่งที่ต้องทำแทน มาตรา 9 ระบุว่าสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขจะขายคืนหรือมีคำมั่นว่าจะขาย ถือเป็นสัญญาขายฝากตาม พ.ร.บ. นี้ ให้ยืนยันทำเป็นขายฝากตรง ๆ

ตารางสรุปสัญญาณอันตราย และสิ่งที่ต้องทำแทน

สัญญาณอันตรายทำไมจึงอันตรายสิ่งที่ต้องทำแทน
ชวนทำสัญญานอกสำนักงานที่ดินมาตรา 7 กำหนดให้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน มิฉะนั้นเป็นโมฆะนัดจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น ไม่ส่งมอบโฉนดล่วงหน้า
ให้เซ็นใบมอบอำนาจที่ยังไม่กรอกข้อความข้อความที่เติมภายหลังอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณตกลงไปด้วยตัวเอง ถ้าจำเป็นต้องมอบอำนาจ ให้ถามขั้นตอนกับสำนักงานที่ดินเป็นรายกรณี
หักดอกเบี้ยล่วงหน้าจากเงินก้อนได้เงินน้อยลง แต่ยอดที่ใช้คิดสินไถ่ยังเป็นราคาขายฝากเต็มขอใบรับเงินระบุงวดที่หัก และให้ลดยอดสินไถ่ตามมาตรา 8
เรียกเก็บค่าดำเนินการก่อนอนุมัติจ่ายไปแล้วอาจไม่ได้วงเงินและไม่ได้เงินคืนขอเงื่อนไขการคืนเงินเป็นหนังสือ และเลื่อนจ่ายไปหลังมีข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร
ตัวเลขในสัญญาไม่ตรงกับที่ตกลงสิ่งที่ผูกพันคือข้อความในสัญญาที่จดทะเบียน ไม่ใช่คำพูดอ่านออกเสียงทีละตัวเลขต่อหน้าเจ้าหน้าที่ และแก้ให้ตรงก่อนเซ็น
บัญชีรับโอนไม่ใช่ชื่อผู้ซื้อฝากพิสูจน์ได้ยากว่าใครรับเงินไปจริงเมื่อเกิดข้อพิพาทให้โอนจากบัญชีชื่อผู้ซื้อฝากเข้าบัญชีชื่อคุณ และเก็บสลิปทุกใบ
เร่งให้เซ็นโดยไม่ให้อ่านความรีบทำให้มองข้ามข้อความสำคัญได้ง่ายขอเวลาอ่านให้จบ หรือเลื่อนนัดออกไปหนึ่งวัน
กำหนดสินไถ่เกิน 15% ต่อปีเกินเพดานที่มาตรา 8 ยอมให้คำนวณเทียบก่อนเซ็น ถ้าเกินให้ปฏิเสธข้อเสนอตั้งแต่ต้น
กำหนดเวลาไถ่สั้นกว่า 1 ปีมาตรา 10 ห้ามต่ำกว่า 1 ปีและห้ามเกิน 10 ปีตรวจวันครบกำหนดในสัญญาให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
เรียกค่าเช่าระหว่างสัญญามาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากอยู่อาศัยหรือทำเกษตรกรรมต่อได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนขอให้ตัดข้อความนั้นออกก่อนจดทะเบียน
ไม่ยอมให้พบผู้ซื้อฝากตัวจริงไม่รู้ว่าคู่สัญญาที่แท้จริงคือใคร และจะติดต่อวันไถ่อย่างไรขอตรวจบัตรประชาชนและเก็บช่องทางติดต่อของผู้ซื้อฝากโดยตรง
บอกว่าไม่ต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนดก็ได้มาตรา 17 ให้ผู้ซื้อฝากแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือในช่วง 3–6 เดือนก่อนครบกำหนดไม่ยอมรับข้อความที่ตัดสิทธินี้ และเก็บที่อยู่สำหรับรับหนังสือให้ถูกต้อง

ตรวจตัวเลขในสัญญาด้วยตัวเองก่อนเซ็น

ใช้เวลาไม่นาน และทำได้แม้ไม่เคยอ่านสัญญามาก่อน ให้ไล่ตามลำดับนี้

  1. ราคาขายฝาก ต้องเท่ากับจำนวนที่คุณจะได้รับจริงในวันนั้น ถ้าจะหักอะไรออก ต้องเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ยอดสินไถ่และอัตราส่วนเพิ่ม คำนวณเป็นต่อปีแล้วต้องไม่เกิน 15% ตามมาตรา 8 และต้องอยู่ในสัญญา ไม่ใช่ตกลงปากเปล่า
  3. วันครบกำหนดไถ่ ตามมาตรา 10 ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ถ้าขยายเวลาภายหลัง รวมแล้วก็ต้องไม่เกิน 10 ปี
  4. ชื่อคู่สัญญาและเลขโฉนด ต้องตรงกับบัตรประชาชนที่เห็นกับตา และตรงกับโฉนดฉบับจริง
  5. ที่อยู่สำหรับส่งหนังสือ ใช้รับหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ตามมาตรา 17 ถ้าที่อยู่ผิด คุณอาจไม่ได้รับแจ้ง ดูที่ หนังสือแจ้งก่อนครบกำหนด

วิธีตรวจคู่สัญญาด้วยตัวเอง

ทำเองได้ทั้งหมด และควรทำก่อนจ่ายเงินให้ใคร

  1. ขอชื่อและนามสกุลจริงของผู้ซื้อฝาก ไม่ใช่ชื่อเล่นหรือชื่อทีมงาน ถ้าให้ไม่ได้ตั้งแต่ต้น ให้ถือเป็นสัญญาณ
  2. เทียบชื่อสามจุดให้ตรงกัน ชื่อในสัญญา ชื่อบนบัตรประชาชน และชื่อบัญชีที่จะโอนเงิน ต้องเป็นคนเดียวกัน
  3. ขอทุกอย่างเป็นข้อความหรือหนังสือ วงเงิน อัตราส่วนเพิ่ม กำหนดเวลา และวันนัด เก็บบทสนทนาไว้เป็นหลักฐาน
  4. ไปที่สำนักงานที่ดินด้วยตัวเองเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการจดทะเบียนจริง และได้ถามเจ้าหน้าที่ตรงจุดที่สงสัย
  5. สอบถามค่าธรรมเนียมเป็นรายกรณี จำนวนเงินและเอกสารต่างกันไปตามประเภททรัพย์และราคาประเมิน ให้ถามสำนักงานที่ดินที่จะจดทะเบียนโดยตรง แล้วเทียบกับ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ

สิ่งที่ควรได้กลับบ้านหลังจดทะเบียนทุกครั้ง

ก่อนออกจากสำนักงานที่ดิน ให้ตรวจว่ามีของครบตามรายการนี้ ถ้าขาดข้อใด ให้ขอทันทีในวันนั้น

  • สัญญาขายฝากที่จดทะเบียนแล้ว ฉบับของคุณเอง ไม่ใช่ภาพถ่ายจากมือถือ
  • หลักฐานการรับเงินที่ระบุจำนวนเต็มตามราคาขายฝาก พร้อมรายการหักทุกรายการถ้ามีการหัก
  • สลิปโอนเงินจากบัญชีชื่อผู้ซื้อฝากเข้าบัญชีชื่อคุณ และใบเสร็จค่าธรรมเนียมที่ชำระในวันนั้น
  • ชื่อ นามสกุล และช่องทางติดต่อโดยตรงของผู้ซื้อฝาก สำหรับใช้ในวันไถ่
  • ที่อยู่สำหรับรับหนังสือ และวันครบกำหนดไถ่ที่จดลงปฏิทินแล้ว ดูรายการเอกสารตั้งแต่ต้นที่ เอกสารที่ต้องเตรียม

ถ้าเซ็นไปแล้วและเริ่มรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง

อย่าหยุดชำระเงียบ ๆ และอย่าปล่อยให้เลยวันครบกำหนด กฎหมายยังให้ทางไว้ เช่น ถ้าผู้ซื้อฝากไม่แจ้งกำหนดไถ่เป็นหนังสือตามมาตรา 17 ผู้ขายฝากไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด และตามมาตรา 18 ถ้าไถ่ไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของคุณ ยังวางทรัพย์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันครบกำหนด

ถ้าต้องการไถ่ก่อนกำหนด มาตรา 10 ให้ทำได้ โดยลดส่วนเพิ่มสินไถ่ตามสัดส่วน และผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ ส่วนข้อความในสัญญาที่ขัดกับ พ.ร.บ. นี้ มาตรา 6 ระบุว่าเป็นโมฆะ จึงควรเก็บสัญญาและหลักฐานการชำระทุกใบไว้ให้ครบ

ข้อเท็จจริงของแต่ละแปลงไม่เหมือนกัน เรื่องใดที่ไม่แน่ใจ ให้ตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียน

คำถามที่พบบ่อย

ขายฝากโดนโกง มีรูปแบบไหนบ้างที่เจอบ่อย?

รูปแบบที่เจอบ่อยคือการทำสัญญากันเองนอกสำนักงานที่ดิน ทั้งที่มาตรา 7 กำหนดว่าต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ อีกรูปแบบคือการให้เซ็นเอกสารเปล่า เช่น ใบมอบอำนาจที่ยังไม่กรอกข้อความ และการเรียกเก็บค่าดำเนินการก่อนที่จะมีการอนุมัติจริง ทั้งสามอย่างนี้ตรวจได้ก่อนเซ็นเสมอ ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่ง ให้หยุดและขอเลื่อนนัด

นายทุนขายฝากหลอกให้เซ็นใบมอบอำนาจเปล่า ควรทำอย่างไร?

อย่าลงลายมือชื่อในเอกสารที่ยังไม่กรอกข้อความครบ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะให้เหตุผลว่าอะไร วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือไปที่สำนักงานที่ดินด้วยตัวเองทุกครั้ง ถ้ามีเหตุจำเป็นจริงจนต้องมอบอำนาจ ให้สอบถามขั้นตอนและแบบฟอร์มที่ถูกต้องกับสำนักงานที่ดินที่จะจดทะเบียนโดยตรงเป็นรายกรณี ไม่ใช่รับเอกสารมาเซ็นจากคู่สัญญา

หักดอกเบี้ยล่วงหน้าออกจากเงินก้อน ทำได้หรือไม่?

สิ่งที่กฎหมายเขียนไว้ชัดคือมาตรา 8 กำหนดว่าเงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้ว ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว ดังนั้นถ้ายอมให้หักล่วงหน้า ต้องมีหลักฐานว่าหักไปกี่งวดและต้องนำไปลดยอดสินไถ่จริง ถ้าตัวเลขนี้ไม่ปรากฏที่ใดเลย แปลว่าคุณได้เงินน้อยลงแต่ยอดไถ่เท่าเดิม ให้ถือเป็นสัญญาณอันตราย

สัญญาขายฝากไม่เป็นธรรม แก้ไขทีหลังได้ไหม?

หลังจดทะเบียนแล้วการแก้ไขทำได้ยากมาก เพราะสิ่งที่ผูกพันคือข้อความในสัญญาที่จดทะเบียนไว้ ไม่ใช่สิ่งที่พูดกันปากเปล่า สิ่งที่ยังช่วยได้คือข้อกำหนดของกฎหมายเอง เช่น มาตรา 6 ระบุว่าข้อตกลงใดที่ขัดกับ พ.ร.บ. นี้เป็นโมฆะ และเพดานสินไถ่ตามมาตรา 8 ที่คำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี อ่านเพิ่มที่ ข้อสัญญาที่เป็นโมฆะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ซื้อฝากเป็นตัวจริง?

ขอดูบัตรประชาชนตัวจริงของผู้ซื้อฝากในวันนัด แล้วเทียบชื่อกับคู่สัญญาที่ระบุในสัญญาและกับชื่อบัญชีที่จะโอนเงินให้คุณ ทั้งสามจุดต้องเป็นชื่อเดียวกัน ถ้าคนที่คุยด้วยตลอดเป็นนายหน้าและไม่ยอมให้พบผู้ซื้อฝากจนถึงวันเซ็น ให้ถือเป็นเหตุผลที่ดีพอจะชะลอการตัดสินใจ

แหล่งข้อมูล: สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) · กรมที่ดิน
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
คำนวณเงินสุทธิเตรียมข้อมูลประเมิน