ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
สัญญาขายฝาก คืออะไร
สัญญาขายฝากคือสัญญาซื้อขายที่ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดินให้ผู้ซื้อทันทีในวันจดทะเบียน โดยตกลงกันว่าผู้ขายมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลา ฝั่งที่รับเงินเรียกว่า "ผู้ขายฝาก" ฝั่งที่จ่ายเงินเรียกว่า "ผู้ซื้อฝาก" เงินที่ผู้ขายฝากได้รับในวันนั้นคือ "ราคาขายฝาก" และเงินที่ต้องจ่ายเพื่อรับทรัพย์คืนคือ "สินไถ่"
สัญญาที่ใช้กับที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา อยู่ใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (มาตรา 6) กฎหมายฉบับนี้เขียนเงื่อนไขหลักไว้แทนคุณแล้วหลายข้อ และข้อตกลงใดที่ขัดกับ พ.ร.บ. นี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสัญญาหรือทำแยกต่างหาก เป็นโมฆะ
ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน (มาตรา 7) คุณได้รับสัญญาฉบับที่จดทะเบียนกลับมาในวันนั้น
กระดาษที่เซ็นกันเองที่บ้านหรือที่สำนักงานนายหน้า แม้จะมีพยานและมอบโฉนดกันแล้ว มาตรา 7 ระบุว่ามิฉะนั้นเป็นโมฆะ
ชื่อบนหัวกระดาษไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหา มาตรา 9 ระบุว่าสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขจะขายคืน มีคำมั่นว่าจะขาย หรือมีสัญญาจะขายคืน ถือเป็นสัญญาขายฝากตาม พ.ร.บ. นี้ ใครบอกว่าเปลี่ยนชื่อสัญญาแล้วคิดเท่าไรก็ได้ ให้อ่าน สัญญาขายฝากแบบไหนเป็นโมฆะ ก่อนคุยต่อ
ทำไมบทความนี้ไม่มีแบบฟอร์มหนังสือสัญญาขายฝากให้ดาวน์โหลด
หลายคนค้นหา "หนังสือสัญญาขายฝาก" เพื่อหาแบบฟอร์มไปกรอกกันเอง เราตั้งใจไม่ทำแบบฟอร์มแบบนั้น เพราะสัญญาที่กรอกและเซ็นกันนอกสำนักงานที่ดินไม่ทำให้เกิดการขายฝากตามมาตรา 7 และยังทำให้คนเข้าใจผิดว่าตัวเองได้รับความคุ้มครองแล้ว
สิ่งที่มีประโยชน์กว่าแบบฟอร์มคือรู้ว่าต้องอ่านช่องไหน และต้องเห็นตัวเลขอะไรในสัญญาฉบับที่จดทะเบียน จดตัวเลขที่ตกลงกันไว้ลงกระดาษของคุณเองก่อนวันนัด แล้วนำไปเทียบทีละบรรทัดในวันนั้น หัวข้อถัดไปคือรายการที่ต้องเทียบ
สัญญาขายฝากที่ดินต้องมีอะไร อ่านทีละช่อง
ตารางนี้เรียงตามสิ่งที่ควรเห็นในสัญญาฉบับที่จดทะเบียน พร้อมเกณฑ์ที่กฎหมายวางไว้ ใช้เป็นรายการตรวจในวันนัดได้เลย
| สิ่งที่ต้องเห็น | อ่านอย่างไร | เกณฑ์ตามกฎหมาย |
|---|---|---|
| ชื่อคู่สัญญา | ชื่อผู้ซื้อฝากต้องเป็นคนที่คุณตกลงด้วยจริง ไม่ใช่ชื่อนายหน้าหรือคนกลาง | สิทธิไถ่ใช้ได้ต่อผู้ซื้อฝากเดิม ทายาท หรือผู้รับโอนทรัพย์ (มาตรา 15) |
| ทรัพย์ที่ขายฝาก | เลขโฉนดหรือเอกสารสิทธิ ตำแหน่ง และเนื้อที่ ต้องตรงกับเอกสารที่คุณถืออยู่ | ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา จึงอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 (มาตรา 6) |
| ราคาขายฝาก | เงินที่คุณได้รับในวันจดทะเบียน ต้องตรงกับยอดที่โอนเข้าบัญชีคุณจริง | เป็นฐานของเพดานสินไถ่ ไม่ใช่ราคาประเมินหรือราคาตลาด |
| สินไถ่ | เงินที่ต้องจ่ายเพื่อรับทรัพย์คืน ต้องมีจำนวนหรือวิธีคิดที่ชัด | คิดเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปีของราคาขายฝาก (มาตรา 8) |
| กำหนดเวลาไถ่และวันครบกำหนด | นับจากวันจดทะเบียน ไม่ใช่วันที่ตกลงกันด้วยวาจา | ไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ถ้าเขียนนอกช่วง ให้ถือเป็น 1 ปีหรือ 10 ปี (มาตรา 10) |
| การชำระระหว่างสัญญา | ถ้าตกลงชำระส่วนเพิ่มเป็นงวด ดูว่างวดละเท่าไร ชำระวันไหน และโอนเข้าบัญชีใคร | เงินที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้วถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว (มาตรา 8) |
| การครอบครองทรัพย์ | ใครอยู่ ใครใช้ประโยชน์ระหว่างสัญญา | ผู้ขายฝากครอบครองและใช้สอยได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12) |
| ภาระเหนือทรัพย์ | ไม่มีข้อที่ยอมให้ผู้ซื้อฝากนำทรัพย์ไปก่อภาระ | ระหว่างที่ยังไถ่ได้ ผู้ซื้อฝากห้ามก่อภาระที่กระทบสิทธิผู้ขายฝาก (มาตรา 16) |
ถ้าช่องไหนหายไป หรือตัวเลขไม่ตรงกับที่ตกลง ให้ขอแก้ก่อนลงชื่อ ตัวเลขที่พูดกันปากเปล่าหรือเขียนไว้ในกระดาษแนบนอกสัญญา ผลผูกพันต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี และพิสูจน์ยากมากเมื่อมีปัญหา
อ่านตัวเลขในสัญญาเป็น ราคาขายฝาก สินไถ่ และเพดาน
สมมติสัญญาระบุราคาขายฝาก 2,000,000 บาท กำหนดเวลาไถ่ 1 ปี ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีอ่าน ไม่ใช่ข้อเสนอ
| รายการ | ยอดในตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|
| ราคาขายฝาก | 2,000,000 บาท | เงินที่คุณได้รับในวันจดทะเบียน |
| สินไถ่สูงสุดที่กฎหมายยอมให้ (15% ต่อปี) | 2,300,000 บาท | ถ้าสัญญาเขียนสินไถ่เกินนี้ในกำหนดเวลา 1 ปี ส่วนที่เกินขัดกับมาตรา 8 |
| สินไถ่ที่อัตรา 0.75% ต่อเดือน (9% ต่อปี) | 2,180,000 บาท | อัตราที่ชัดเจนเสนอ อยู่ใต้เพดาน |
| ถ้าชำระส่วนเพิ่มเป็นรายเดือน | เดือนละ 15,000 บาท | ชำระครบทุกงวดแล้ว ยอดที่เหลือในวันไถ่คือราคาขายฝาก |
เพดานคือขีดสูงสุด ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องยอมรับ ถ้าสัญญาเขียนสินไถ่เป็นยอดรวม ให้หารกลับเป็นต่อปีเองทุกครั้ง วิธีคิดละเอียดและกรณีไถ่ก่อนกำหนดอยู่ที่ สินไถ่คืออะไร และ ดอกเบี้ยขายฝาก
วันครบกำหนดและหนังสือแจ้งกำหนดไถ่
วันครบกำหนดไถ่เป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดในสัญญา เพราะถ้าไม่ไถ่ภายในกำหนด ผู้ขายฝากต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์ (มาตรา 19) จดวันนี้ลงปฏิทินตั้งแต่วันที่ได้รับสัญญา แล้วนับย้อนขึ้นไป 6 เดือนและ 3 เดือน
ช่วงระหว่างสองวันนั้นคือเวลาที่ผู้ซื้อฝากต้องส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับพร้อมสำเนาสัญญา (มาตรา 17) ถ้าผู้ซื้อฝากไม่แจ้ง ผู้ขายฝากไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด หน้าที่นี้กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ต้องเขียนเพิ่มในสัญญา และข้อที่ให้คุณสละสิทธินี้ล่วงหน้าอาจขัดกับ พ.ร.บ. และเป็นโมฆะตามมาตรา 6 อ่านวิธีตรวจหนังสือที่ หนังสือแจ้งกำหนดไถ่
ถ้าต้องการเวลาเพิ่มภายหลัง กฎหมายให้ขยายเวลาไถ่ได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 10) ดูวิธีทำหลักฐานที่ ขยายเวลาไถ่
ใครจ่ายค่าธรรมเนียมจดทะเบียน
ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินมีหลายก้อน ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 2% ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หรืออากรแสตมป์ 0.5% แล้วแต่กรณี ทุกรายการคิดจากราคาประเมินหรือราคาขายฝาก แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า และมีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายซึ่งขึ้นกับจำนวนปีที่ถือครอง
ใครเป็นคนจ่ายเป็นเรื่องที่คู่สัญญาตกลงกัน จึงต้องถามให้ชัดและจดไว้ก่อนวันนัด ไม่ใช่ไปรู้ที่หน้าเคาน์เตอร์ เรื่องที่ทำผ่านชัดเจน ค่าเริ่มต้นคือผู้ขายฝากเป็นผู้จ่าย และแสดงให้ทั้งสองฝ่ายเห็นก่อนตกลงข้อเสนอ ตัวอย่างการคำนวณและเงินสุทธิที่จะได้รับอยู่ที่ ค่าใช้จ่ายขายฝาก
สัญญาณอันตรายในสัญญาขายฝาก
ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้หยุด ถ่ายรูปเอกสารเก็บไว้ และขอเวลานำกลับไปอ่านก่อน
- ให้เซ็นที่อื่นก่อน แล้วบอกว่าค่อยไปจดทะเบียนทีหลัง หรือขอเก็บโฉนดตัวจริงไว้ก่อน
- ชื่อสัญญาไม่ใช่ขายฝาก แต่มีคำมั่นหรือเงื่อนไขให้ซื้อคืน ซึ่งมาตรา 9 ถือเป็นขายฝากอยู่ดี
- สินไถ่เกินเพดาน เมื่อหารเป็นต่อปีแล้วเกิน 15% ของราคาขายฝาก หรือไม่มีตัวเลขสินไถ่เลย
- กำหนดไถ่สั้นเป็นวันหรือเป็นเดือน ต่ำกว่า 1 ปี
- ราคาขายฝากในสัญญาไม่ตรงกับเงินที่ได้รับจริง เช่น สัญญาเขียนสูงกว่าเพื่อให้สินไถ่สูงตาม
- ข้อให้สละสิทธิ เช่น สละสิทธิไถ่เมื่อผิดนัดงวดเดียว ยอมย้ายออกทันที หรือไม่ต้องแจ้งกำหนดไถ่
- ยอมให้ผู้ซื้อฝากก่อภาระเหนือทรัพย์ ระหว่างที่ยังไถ่ได้ ซึ่งขัดกับมาตรา 16
- ใบมอบอำนาจที่ยังไม่กรอกข้อความ หรือเอกสารที่ไม่ได้รับสำเนากลับมา
รายการสัญญาณอันตรายก่อนนัดและระหว่างคุยเงื่อนไขอยู่ที่ สัญญาณอันตรายก่อนเซ็น ข้อตกลงที่ขัดกับ พ.ร.บ. เป็นโมฆะตามมาตรา 6 แต่ผลต่อสัญญาทั้งฉบับต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี จึงดีที่สุดคือขอตัดออกก่อนเซ็น
ตรวจอะไรก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก
- จดตัวเลขที่ตกลงไว้ก่อนวันนัด ราคาขายฝาก สินไถ่ กำหนดเวลาไถ่ งวดชำระ และใครจ่ายค่าธรรมเนียม ลงกระดาษของคุณเอง
- ตรวจว่านัดที่สำนักงานที่ดินจริง รู้ชื่อสำนักงาน วัน และเวลา และคุณต้องไปเองหรือมอบอำนาจที่กรอกข้อความครบแล้วเท่านั้น
- เทียบชื่อคู่สัญญาและเลขโฉนด ชื่อผู้ซื้อฝากต้องตรงกับคนที่คุณตกลงด้วย เลขโฉนดต้องตรงกับทรัพย์ของคุณ
- หารสินไถ่เป็นต่อปี ส่วนเพิ่มหารด้วยราคาขายฝากและจำนวนปี ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี
- ตรวจวันครบกำหนดไถ่ ต้องอยู่ในช่วง 1–10 ปีนับจากวันจดทะเบียน และจดลงปฏิทินทันที
- ไล่หาข้อสละสิทธิและข้อก่อภาระ ขอให้ตัดออกก่อนลงชื่อ
- ตรวจยอดเงินที่ได้รับ ยอดโอนต้องเท่าราคาขายฝาก หักเฉพาะรายการที่ตกลงไว้ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
- เก็บสัญญาฉบับที่จดทะเบียนและหลักฐานทุกชิ้น สัญญา ใบเสร็จค่าธรรมเนียม สลิปโอน และเก็บหลักฐานการชำระทุกงวดตลอดสัญญา
เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันนัดอยู่ที่ เอกสารที่ต้องเตรียม และสิทธิทั้งหมดระหว่างสัญญาอยู่ที่ สิทธิและการไถ่คืน ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องถ้อยคำในสัญญาของคุณเอง ให้นำสัญญาไปสอบถามสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนก่อนลงชื่อ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาขายฝาก คืออะไร ต่างจากสัญญาจำนองอย่างไร?
สัญญาขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ไปให้ผู้ซื้อฝากตั้งแต่วันจดทะเบียน ผู้ขายฝากเหลือสิทธิไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ส่วนจำนองกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับเจ้าของ ความต่างนี้ทำให้วันครบกำหนดไถ่ในสัญญาขายฝากสำคัญที่สุด เทียบสองแบบละเอียดได้ที่ ขายฝากกับจำนอง
มีแบบฟอร์มหนังสือสัญญาขายฝากให้ดาวน์โหลดไหม?
บทความนี้ไม่มีแบบฟอร์มให้ดาวน์โหลดโดยตั้งใจ เพราะสัญญาขายฝากที่ดินที่มีผลต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 7) กระดาษที่กรอกและเซ็นกันเองนอกสำนักงานที่ดินจึงไม่ทำให้เกิดการขายฝาก สิ่งที่ควรเตรียมคือรายการตัวเลขที่ตกลงกันไว้ เพื่อตรวจเทียบกับสัญญาในวันจดทะเบียน
สัญญาเขียนกำหนดไถ่ 6 เดือน ใช้ได้ไหม?
มาตรา 10 กำหนดว่ากำหนดเวลาไถ่ห้ามต่ำกว่า 1 ปีและห้ามเกิน 10 ปี ถ้าสัญญาเขียนสั้นกว่านั้น ให้ถือว่ากำหนดเวลาไถ่เป็น 1 ปี ทางที่ดีคือขอให้แก้ตัวเลขให้อยู่ในช่วงที่กฎหมายกำหนดก่อนจดทะเบียน อย่าปล่อยไว้แล้วค่อยเถียงกันภายหลัง
ในสัญญาไม่มีตัวเลขสินไถ่ มีแต่ราคาขายฝาก ต้องทำอย่างไร?
ขอให้ระบุจำนวนสินไถ่หรือวิธีคิดให้ชัดก่อนเซ็น เพราะสินไถ่คือเงินที่คุณต้องจ่ายเพื่อได้ทรัพย์คืน และเมื่อคิดเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปีของราคาขายฝาก (มาตรา 8) ผลของสัญญาที่เขียนตัวเลขไม่ครบต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียน วิธีคิดยอดอยู่ที่ สินไถ่คืออะไร
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนขายฝาก ใครเป็นคนจ่าย?
เป็นเรื่องที่คู่สัญญาตกลงกัน จึงควรเขียนให้ชัดตั้งแต่ก่อนวันนัด ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนคิด 2% ของราคาประเมินหรือราคาขายฝาก แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า บวกภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามกรณี รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่ ค่าใช้จ่ายขายฝาก
ปรับปรุงข้อมูล 28 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
