ชัดเจน · ขายฝากบ้านและที่ดิน รับทั่วประเทศ · LINE @311chlem
ชัดเจน / เรื่องควรรู้

หานายทุนขายฝากบ้านและที่ดินอย่างไร เทียบข้อเสนอให้เป็นและเลี่ยงนายทุนที่ไม่โปร่งใส

หานายทุนรับขายฝากบ้านหรือที่ดินได้จากที่ไหน เทียบข้อเสนอด้วยดอกเบี้ย วงเงิน ระยะเวลาไถ่ และเงินรับสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย พร้อมสัญญาณอันตรายของนายทุนและนายหน้าที่ควรรู้

หานายทุนขายฝากอย่างไรให้ได้ข้อเสนอที่ดีและปลอดภัย?

ขอข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรมากกว่าหนึ่งราย แล้วเทียบสี่เรื่องพร้อมกัน คือดอกเบี้ยต่อปีซึ่งต้องไม่เกิน 15% (มาตรา 8) วงเงิน ระยะเวลาไถ่ที่ต้องอยู่ระหว่าง 1–10 ปี (มาตรา 10) และเงินรับสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าบริการทุกก้อน นายทุนหรือนายหน้าที่ดีต้องยอมนัดจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน (มาตรา 7) ไม่เก็บเงินก่อนมีข้อเสนอ ไม่ขอเก็บโฉนดล่วงหน้า และโอนเงินจากบัญชีชื่อผู้ซื้อฝากเข้าบัญชีชื่อคุณโดยตรง

ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

หานายทุนขายฝาก เริ่มจากรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

ก่อนคุยกับนายทุนรายแรก ให้ตอบสามคำถามนี้ให้ได้ก่อน ต้องใช้เงินสุทธิเท่าไรจริง ๆ ต้องการเวลากี่ปีกว่าจะมีเงินไถ่คืน และจ่ายส่วนเพิ่มรายเดือนได้เดือนละเท่าไรโดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายประจำ สามตัวเลขนี้คือเกณฑ์ที่ใช้คัดข้อเสนอทุกข้อหลังจากนี้

คำตอบที่ได้ยังช่วยบอกด้วยว่าขายฝากเหมาะกับคุณหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ลองเทียบกับทางเลือกอื่นที่ ขายฝากกับจำนอง ก่อน ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ไปให้ผู้ซื้อฝากตั้งแต่วันจดทะเบียน และถ้าไม่ไถ่ภายในกำหนด ต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์ (มาตรา 19)

ข้อกฎหมายในบทความนี้มาจาก พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งใช้กับที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา (มาตรา 6) ถ้าทรัพย์หรือคู่สัญญาไม่เข้าเงื่อนไขนี้ ให้ตรวจสอบเป็นรายกรณี

รับขายฝากบ้านและที่ดิน หานายทุนได้จากที่ไหน

คนที่ค้นหา "รับขายฝากบ้าน" หรือ "รับขายฝากที่ดิน" จะเจอผู้รับซื้อฝากได้หลายแบบ แต่ละแบบมีจุดที่ต้องถามต่างกัน

ช่องทางข้อดีสิ่งที่ต้องถามให้ชัด
นายทุนรับขายฝากเองคุยกับคู่สัญญาตัวจริงตั้งแต่ต้น ไม่มีคนกลางได้ข้อเสนอเดียว เทียบกับใครไม่ได้ ต้องขอข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรและร่างสัญญาก่อนวันนัด
คนรู้จักแนะนำมีคนที่เคยทำมาก่อนเล่าประสบการณ์ให้ฟังความไว้ใจไม่ได้แทนเอกสาร ตัวเลขทุกตัวยังต้องเขียนลงกระดาษและตรวจเทียบกับกฎหมาย
นายหน้าช่วยหานายทุนและประสานวันนัดค่านายหน้าเท่าไร ใครจ่าย เก็บเมื่อไร และนายทุนตัวจริงคือใคร
ผู้ประสานงานที่รวบรวมหลายข้อเสนอเห็นหลายข้อเสนอพร้อมกันและเทียบได้ในรูปแบบเดียวกันค่าบริการเท่าไร เก็บเมื่อไร ใครเป็นคู่สัญญา และเงินโอนผ่านใคร

ช่องทางไม่ได้บอกว่าใครไว้ใจได้ สิ่งที่บอกได้คือพฤติกรรมของอีกฝ่ายเมื่อคุณขอเอกสาร ขอเวลาอ่าน และขอนัดที่สำนักงานที่ดิน ใครยอมทั้งสามข้อโดยไม่ต่อรอง ตรวจสอบได้ง่ายกว่าคนที่เร่งให้ตัดสินใจ

เทียบข้อเสนอขายฝากอย่างไร ดูสี่ตัวเลขพร้อมกัน

ข้อเสนอที่ดีไม่ได้ดูจากตัวเลขเดียว เขียนสี่ตัวเลขนี้ของทุกข้อเสนอลงตารางเดียวกันแล้วค่อยเทียบ

  1. ดอกเบี้ยต่อปี แปลงอัตราต่อเดือนเป็นต่อปีเสมอ (คูณ 12) แล้วตรวจว่าไม่เกิน 15% ต่อปีของราคาขายฝาก ซึ่งเท่ากับ 1.25% ต่อเดือน (มาตรา 8) เพดานคือขีดสูงสุด ไม่ใช่ราคากลาง วิธีแปลงหน่วยอยู่ที่ ดอกเบี้ยขายฝาก
  2. วงเงินหรือราคาขายฝาก เงินที่เขียนในสัญญาและต้องเท่ากับเงินที่โอนเข้าบัญชีคุณจริง ถ้าสัญญาเขียนสูงกว่าที่ได้รับ สินไถ่จะสูงตามโดยที่คุณไม่ได้เงินเพิ่ม
  3. ระยะเวลาไถ่ ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ขยายภายหลังได้แต่รวมแล้วไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 10) เลือกให้พอกับเวลาที่คุณจะมีเงินไถ่จริง ไม่ใช่สั้นที่สุดเพื่อให้ดอกเบี้ยรวมดูน้อย
  4. เงินรับสุทธิ วงเงินหักค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดินส่วนที่คุณจ่าย ค่าบริการหรือค่านายหน้า และยอดปิดภาระเดิม เหลือเท่าไรคือเงินที่ใช้ได้จริง

ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินมีหลายก้อน ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 2% ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หรืออากรแสตมป์ 0.5% แล้วแต่กรณี คิดจากราคาประเมินหรือราคาขายฝาก แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า และมีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ใครจ่ายเป็นเรื่องที่คู่สัญญาตกลงกัน ข้อเสนอสองรายที่ดอกเบี้ยเท่ากัน อาจให้เงินรับสุทธิไม่เท่ากันเพราะตกลงเรื่องนี้ต่างกัน รายละเอียดอยู่ที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ

ตัวอย่างเทียบสามข้อเสนอ วงเงินสูงสุดไม่ได้ดีที่สุดเสมอ

สมมติคุณต้องใช้เงินสุทธิราว 1,000,000 บาท และได้ข้อเสนอสามรายการ กำหนดเวลาไถ่ 1 ปีเท่ากัน ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีเทียบ ไม่ใช่ข้อเสนอจริง เงินรับสุทธิในตารางหักค่าบริการ 5% และประมาณค่าใช้จ่ายสำนักงานที่ดิน 4% ของวงเงิน

ข้อเสนอวงเงินดอกเบี้ยส่วนเพิ่มต่อเดือนส่วนเพิ่มรวม 1 ปีเงินรับสุทธิโดยประมาณ
ข้อเสนอ ก1,200,000 บาท1.25% ต่อเดือน (15% ต่อปี)15,000 บาท180,000 บาท1,092,000 บาท
ข้อเสนอ ข1,100,000 บาท1% ต่อเดือน (12% ต่อปี)11,000 บาท132,000 บาท1,001,000 บาท
ข้อเสนอ ค1,000,000 บาท0.9% ต่อเดือน (10.8% ต่อปี)9,000 บาท108,000 บาท910,000 บาท

ข้อเสนอ ก ให้เงินมากที่สุด แต่ดอกเบี้ยเท่ากับเพดานพอดี และต้องจ่ายส่วนเพิ่มตลอด 1 ปีรวม 180,000 บาท ข้อเสนอ ข ให้เงินรับสุทธิราว 1,001,000 บาท ซึ่งพอกับที่ต้องใช้ และจ่ายส่วนเพิ่มน้อยกว่า 48,000 บาท ส่วนข้อเสนอ ค ดอกเบี้ยต่ำที่สุด แต่เงินรับสุทธิราว 910,000 บาท ไม่พอกับที่ต้องใช้ ในตัวอย่างนี้ ข้อเสนอ ข จึงเหมาะที่สุด

หลักคิดคือเริ่มจากเงินสุทธิที่ต้องใช้ ตัดข้อเสนอที่ให้ไม่พอออก แล้วเลือกรายที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุดจากที่เหลือ วงเงินที่สูงเกินความจำเป็นทำให้สินไถ่สูงตาม และทำให้ไถ่คืนยากขึ้นในวันครบกำหนด

สมมติว่าราคาประเมินราชการใกล้เคียงวงเงิน และผู้ขายฝากถือครองมาครบ 5 ปีหรือมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทนภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ถ้าราคาประเมินราชการสูงกว่านี้ หรือต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าใช้จ่ายจริงจะสูงกว่า ทีมงานแจ้งยอดประมาณก่อนวันนัด ยอดจริงเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินคำนวณในวันนั้น

เงื่อนไขอื่นที่ต้องถามก่อนตกลง

  • ชำระส่วนเพิ่มอย่างไร เป็นรายเดือนหรือรวมจ่ายตอนไถ่ วันไหน และโอนเข้าบัญชีชื่อใคร เงินที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้วถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว (มาตรา 8)
  • หักอะไรออกจากเงินก้อนวันนัดบ้าง ทุกรายการต้องเขียนไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะการหักดอกเบี้ยล่วงหน้า
  • ไถ่ก่อนกำหนดได้ไหม กฎหมายให้ไถ่ก่อนได้ โดยลดส่วนเพิ่มตามสัดส่วน และผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ (มาตรา 10)
  • ใครอยู่ในทรัพย์ระหว่างสัญญา ผู้ขายฝากครอบครองและใช้สอยได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12)
  • หนังสือแจ้งกำหนดไถ่ เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อฝากที่ต้องส่งก่อนครบกำหนด 3–6 เดือน (มาตรา 17) ข้อที่ให้คุณสละสิทธินี้ขัดกับ พ.ร.บ. และเป็นโมฆะ (มาตรา 6)

ตัวเลขทั้งหมดต้องไปอยู่ในสัญญาฉบับที่จดทะเบียน วิธีอ่านทีละช่องอยู่ที่ สัญญาขายฝาก อ่านอย่างไร และสิทธิทั้งหมดของผู้ขายฝากอยู่ที่ สิทธิและการไถ่คืน

สัญญาณอันตรายของนายทุนและนายหน้าขายฝาก

ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่ง ให้หยุดคุยเรื่องตัวเลขไว้ก่อน แล้วขอเวลานำเอกสารกลับไปอ่าน

  • ให้เซ็นที่อื่นก่อน แล้วค่อยไปจดทะเบียน สัญญาขายฝากต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (มาตรา 7)
  • เก็บเงินก่อนมีข้อเสนอ เช่น ค่าดูทรัพย์ ค่าประเมิน หรือค่าจองนายทุน ทั้งที่ยังไม่มีวงเงินและวันนัดเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ขอเก็บโฉนดตัวจริงไว้ก่อน หรือขอให้เซ็นใบมอบอำนาจที่ยังไม่กรอกข้อความ
  • รับประกันว่าอนุมัติแน่นอน ทั้งที่ยังไม่เห็นทรัพย์หรือเอกสาร หรือบอกตัวเลขทางโทรศัพท์แต่ไม่ยอมเขียนลงกระดาษ
  • บอกดอกเบี้ยเป็นยอดรวมหรือเป็นต่อเดือนแบบคลุมเครือ เมื่อแปลงเป็นต่อปีแล้วเกิน 15% หรือไม่มีตัวเลขสินไถ่เลย
  • กำหนดไถ่สั้นเป็นเดือน ต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งมาตรา 10 ไม่ยอมให้
  • ไม่ยอมให้พบผู้ซื้อฝากตัวจริง คุยผ่านคนกลางตลอด หรือชื่อผู้ซื้อฝากในสัญญาไม่ตรงกับคนที่ตกลงด้วย
  • ให้โอนเงินผ่านบัญชีคนกลาง แทนที่จะโอนจากบัญชีชื่อผู้ซื้อฝากเข้าบัญชีชื่อคุณโดยตรง
  • เร่งให้ตัดสินใจวันนี้ เพราะ "นายทุนรออยู่" หรือ "ถ้าไม่รีบจะหลุดดีล" โดยไม่ให้เวลาอ่านร่างสัญญา

รายการสัญญาณอันตรายฉบับเต็มและวิธีตรวจคู่สัญญาด้วยตัวเองอยู่ที่ สัญญาณอันตรายก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก

ชัดเจนทำงานอย่างไร ผู้ประสานงาน ไม่ใช่นายทุน

ชัดเจนเป็นผู้ประสานงานขายฝากและจำนองที่จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน ไม่ใช่ผู้ให้กู้ และไม่ถือเงินของใคร เงินตามสัญญาโอนตรงระหว่างคู่สัญญา ชัดเจนรับเฉพาะค่าดำเนินการของตนเอง ชัดเจนไม่ใช่คู่สัญญาขายฝาก คู่สัญญาคือคุณกับผู้ลงทุนโดยตรง

  1. ส่งข้อมูลทรัพย์ ภาพโฉนด ตำแหน่งทรัพย์ และวงเงินที่ต้องการ ทีมงานตรวจเอกสาร และคุณจะรู้ผลว่าผ่านเกณฑ์และเปิดรับข้อเสนอภายใน 24 ชั่วโมง นับจากได้รับข้อมูลครบ ไม่มีการรับประกันว่าจะผ่านเกณฑ์
  2. คุณยินยอมก่อนเปิดรับข้อเสนอ ข้อมูลทรัพย์ถึงผู้ลงทุนหลังคุณยินยอมแล้วเท่านั้น และส่งแบบไม่ระบุตัวตนก่อน
  3. ผู้ลงทุนหลายรายยื่นข้อเสนอ ทีมงานส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไม่เกิน 3 รายการให้คุณเลือก ตามกติกาเดียวกันทุกเรื่อง ดอกเบี้ยต่อเดือนต่ำกว่าได้อันดับก่อน ถ้าดอกเบี้ยห่างกันไม่เกิน 0.1% ต่อเดือนถือว่าเสมอ ให้นายทุนที่ปิดสัญญามาน้อยกว่าขึ้นก่อน (ยกเว้นบัญชีอายุไม่ถึง 30 วันที่ทีมงานยังไม่ยืนยันตัวตน ซึ่งอยู่ท้ายกลุ่มเสมอ) และถ้ายังเสมอ ดูวงเงินที่สูงกว่า
  4. คุณเห็นเงินรับสุทธิก่อนตกลง ทุกข้อเสนอแสดงวงเงิน ดอกเบี้ย ระยะเวลาไถ่ ค่าใช้จ่าย และเงินรับสุทธิ ค่าธรรมเนียมสำนักงานที่ดินตั้งต้นให้ผู้ขายฝากเป็นผู้จ่ายและแก้ได้ตามที่ตกลงกัน คุณขอต่อรองได้หนึ่งครั้งต่อทรัพย์ และต้องดีกว่าข้อเสนอเดิม ก่อนกดยืนยันจะเห็นหน้าสรุปและได้เลขอ้างอิงทุกครั้ง
  5. ผู้ลงทุนยืนยัน แล้วนัดจดทะเบียน ชื่อ เบอร์โทร ตำแหน่งทรัพย์ และสำเนาโฉนด เปิดให้นายทุนรายที่ผู้ขายฝากเลือกและยินยอมแล้ว เมื่อนายทุนกดยืนยันความพร้อม และทีมงานตรวจบัตรประชาชนตัวจริงของนายทุนแล้วว่าตรงกับข้อมูลคู่สัญญาและไม่ใช่ผู้ขายฝากเอง จากนั้นนัดจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น
  6. วันจดทะเบียน เงินตามสัญญาโอนตรงระหว่างคู่สัญญา ค่าดำเนินการ 5% ของวงเงินทำสัญญา จ่ายในวันจดทะเบียนเท่านั้น หลังลงนามแล้ว หักจากเงินที่คุณได้รับ โดยโอนเข้าบัญชีของชัดเจนที่ทีมงานแจ้งในวันนั้น หรือผู้ลงทุนหักแล้วโอนต่อให้ชัดเจน ยอดที่คุณได้เท่ากันทั้งสองแบบ ไม่มีการเก็บล่วงหน้า ถ้าไม่ได้จดทะเบียนก็ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน ใช้เกณฑ์เดียวกันกับทุกฝ่าย รวมทั้งกับชัดเจนเอง ข้อเสนอต้องเป็นลายลักษณ์อักษร ตัวเลขต้องอยู่ใต้เพดานตามกฎหมาย การจดทะเบียนต้องเกิดที่สำนักงานที่ดิน และเงินต้องโอนเข้าบัญชีชื่อคุณ ถ้าข้อใดไม่เป็นอย่างนี้ คุณมีสิทธิหยุดและไม่ตกลง

คำถามที่พบบ่อย

นายทุนรับขายฝากเอง กับผ่านนายหน้า แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอ นายทุนรับขายฝากเองอาจไม่มีค่านายหน้า แต่คุณได้ข้อเสนอจากคนเดียวและเทียบกับใครไม่ได้ ส่วนการผ่านคนกลางทำให้เห็นหลายข้อเสนอ แต่ต้องรู้ว่าคนกลางคิดค่าบริการเท่าไร เก็บเมื่อไร และใครเป็นคู่สัญญาจริง ไม่ว่าทางไหน เกณฑ์ตรวจเหมือนกัน คือจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน ชื่อผู้ซื้อฝากในสัญญาเป็นคนจริง และเงินโอนตรงเข้าบัญชีชื่อคุณ

หานายทุนขายฝากได้จากที่ไหนบ้าง?

ทางที่คนใช้กันคือคนรู้จักที่เคยทำขายฝาก นายทุนที่ประกาศรับขายฝากเอง นายหน้า และผู้ประสานงานที่รวบรวมข้อเสนอจากผู้ลงทุนหลายราย ช่องทางไม่ได้บอกว่าใครไว้ใจได้ สิ่งที่บอกได้คือพฤติกรรม ใครยอมให้ข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร ยอมให้อ่านร่างสัญญา และนัดที่สำนักงานที่ดินโดยไม่เก็บเงินก่อน คนนั้นตรวจสอบได้ง่ายกว่า

นายทุนขายฝากต้องมีใบอนุญาตไหม ตรวจสอบได้อย่างไร?

บทความนี้ไม่ได้ยืนยันเรื่องใบอนุญาตของผู้ซื้อฝาก เพราะแหล่งที่เราอ้างอิงไม่ได้กล่าวถึง จึงต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี สิ่งที่ตรวจได้แน่นอนในวันนัดคือบัตรประชาชนตัวจริงของผู้ซื้อฝาก ชื่อในสัญญาที่จดทะเบียน และชื่อเจ้าของบัญชีที่โอนเงินให้คุณ ทั้งสามต้องเป็นคนเดียวกัน

ข้อเสนอที่ให้วงเงินสูงสุด ดีที่สุดเสมอไหม?

ไม่เสมอไป วงเงินสูงกว่าแปลว่าสินไถ่และดอกเบี้ยแต่ละเดือนสูงตาม ถ้าเงินรับสุทธิของข้อเสนอที่วงเงินต่ำกว่าพอกับสิ่งที่ต้องใช้จริงแล้ว ข้อเสนอนั้นมักทำให้ไถ่คืนได้ง่ายกว่า เริ่มจากคำนวณยอดที่ต้องใช้ แล้วเลือกข้อเสนอที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุดในกลุ่มที่ให้เงินรับสุทธิพอ ลองคำนวณได้ที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ

ส่งข้อมูลทรัพย์ให้ชัดเจนแล้ว จะได้ข้อเสนอแน่นอนไหม?

ไม่มีการรับประกันว่าทรัพย์จะผ่านเกณฑ์ จะมีผู้ลงทุนยื่นข้อเสนอ หรือจะได้วงเงินและดอกเบี้ยเท่าไร สิ่งที่บอกได้คือคุณจะรู้ผลว่าผ่านเกณฑ์และเปิดรับข้อเสนอภายใน 24 ชั่วโมง นับจากได้รับข้อมูลครบ และถ้าเปิดรับข้อเสนอ คุณจะเห็นตัวเลขของทุกข้อเสนอที่เข้ารอบก่อนตัดสินใจ ไม่ตกลงก็ไม่มีค่าดำเนินการ

ทัก LINEประเมินฟรี