ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ขายฝากไม่ส่งดอก สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อน
คนที่เคยกู้เงินจะคุ้นกับภาพว่า ผิดนัดดอกเบี้ยแล้วหนี้เร่ง ทรัพย์โดนยึด การขายฝากทำงานคนละแบบ กรรมสิทธิ์โอนไปเป็นของผู้ซื้อฝากตั้งแต่วันจดทะเบียนแล้ว สิ่งที่คุณถืออยู่คือสิทธิไถ่ คือสิทธิจ่ายสินไถ่เพื่อรับทรัพย์คืนภายในกำหนดเวลา
กำหนดเวลาไถ่ตามกฎหมายต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 10) และสิ่งที่ทำให้ผู้ขายฝากต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์คือการไม่ไถ่ภายในกำหนดเวลานั้น (มาตรา 19) คำถามที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ว่าค้างกี่งวด แต่คือคุณจะมีเงินไถ่ทันวันครบกำหนดหรือไม่
กำหนดเวลาไถ่ 1–10 ปี เพดานสินไถ่ 15% ต่อปี เงินที่ชำระไปแล้วนับเป็นสินไถ่ หน้าที่แจ้งกำหนดไถ่ และสิทธิอยู่อาศัยจนหมดสิทธิไถ่
มีงวดชำระหรือไม่ งวดละเท่าไร ค้างแล้วมีค่าปรับหรือไม่ และผลอื่นของการค้างชำระ ต้องอ่านถ้อยคำและตรวจสอบเป็นรายกรณี
บทความนี้อ้างเฉพาะ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 เรื่องที่แหล่งอ้างอิงไม่ได้เขียนไว้ จะบอกตรง ๆ ว่าต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
"ดอก" ในสัญญาขายฝากคืออะไร
กฎหมายไม่ได้เรียกว่าดอกเบี้ย สิ่งที่คนเรียกว่าดอกคือส่วนเพิ่มของสินไถ่ มาตรา 8 ยอมให้สินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคิดเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี บางสัญญาให้จ่ายส่วนเพิ่มนี้ก้อนเดียวในวันไถ่ บางสัญญาให้ทยอยจ่ายเป็นรายเดือน
ประโยคที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่ค้างงวดอยู่ในมาตรา 8 เช่นกัน คือเงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว แปลว่าเงินที่คุณโอนไปทุกงวดไม่ได้หายไปไหน มันลดยอดที่ต้องจ่ายในวันไถ่ และงวดที่ยังไม่ได้จ่ายก็ยังรออยู่ในยอดนั้น
ลองดูตัวอย่างสมมติ ราคาขายฝาก 2,000,000 บาท กำหนดเวลาไถ่ 1 ปี ส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน เท่ากับเดือนละ 15,000 บาท หรือ 180,000 บาทตลอดสัญญา (เพดานตามกฎหมายในตัวอย่างนี้คือ 300,000 บาท)
| สถานการณ์ | จ่ายระหว่างสัญญาแล้ว | ยอดที่ต้องชำระในวันไถ่ |
|---|---|---|
| จ่ายครบทุกงวด | 180,000 บาท | 2,000,000 บาท |
| ค้าง 3 งวด | 135,000 บาท | 2,045,000 บาท |
| ไม่ได้จ่ายเลยสักงวด | 0 บาท | 2,180,000 บาท |
ทั้งสามแถวรวมแล้วจ่ายเท่ากัน ต่างกันแค่ว่าจ่ายเมื่อไร ตารางนี้ยังไม่รวมค่าปรับหรือเงินเพิ่มเพราะชำระล่าช้า ซึ่งจะเรียกได้หรือไม่ และนับรวมใต้เพดาน 15% ต่อปีอย่างไร ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีจากถ้อยคำในสัญญา วิธีคิดยอดเต็มอยู่ที่ สินไถ่คืออะไร
ผิดนัดชำระแล้ว ผลขึ้นกับอะไร
ผลของการค้างงวดไม่ได้มีสูตรเดียว ให้เปิดสัญญาฉบับที่จดทะเบียนแล้วหาข้อที่พูดถึงการชำระระหว่างสัญญา จากนั้นแยกเป็นสามกลุ่ม
| ข้อสัญญาที่พบ | อ่านอย่างไร | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ไม่มีงวดชำระ จ่ายส่วนเพิ่มครั้งเดียวในวันไถ่ | ไม่มีงวดให้ค้าง สิ่งที่ต้องดูคือยอดสินไถ่และวันครบกำหนด | เตรียมเงินให้ทันวันครบกำหนด |
| มีงวดรายเดือน แต่ไม่เขียนผลเมื่อค้าง | งวดที่ค้างยังรวมอยู่ในยอดวันไถ่ตามมาตรา 8 ผลอื่นต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี | แจ้งผู้ซื้อฝากเป็นหนังสือและเสนอแผนชำระ |
| มีข้อให้สละสิทธิไถ่ ย้ายออก หรือถือว่าหมดสิทธิเมื่อค้างงวด | กำหนดเวลาไถ่ 1–10 ปีและสิทธิอยู่อาศัยตามมาตรา 12 มาจากกฎหมาย ข้อที่ขัดกับ พ.ร.บ. เป็นโมฆะตามมาตรา 6 แต่ผลกับสัญญาของคุณต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี | อย่าเซ็นเอกสารยอมรับเพิ่ม นำสัญญาไปสอบถามสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียน |
ถ้าผู้ซื้อฝากขอให้เซ็นเอกสารใหม่ระหว่างที่คุณค้างงวด เช่น หนังสือยอมรับว่าสละสิทธิ หรือสัญญาฉบับใหม่ที่ไม่ได้ไปจดทะเบียน ให้ขอสำเนากลับมาอ่านก่อนทุกครั้ง ช่วงที่คุณกำลังถูกกดดันเรื่องเงินคือช่วงที่เซ็นเอกสารพลาดง่ายที่สุด ตัวอย่างข้อความที่ต้องหยุดอ่านอยู่ที่ สัญญาขายฝากแบบไหนเป็นโมฆะ
ไม่จ่ายดอกขายฝาก ต้องทำอะไรทันที
- หยิบสัญญาฉบับที่จดทะเบียนออกมาดู จดวันครบกำหนดไถ่ ยอดสินไถ่ งวดละเท่าไร และข้อที่พูดถึงการค้างชำระ
- รวบรวมหลักฐานการชำระทุกงวด สลิปโอน เลขบัญชีปลายทาง และวันที่ ถ้าหายให้ขอรายการเดินบัญชีจากธนาคาร
- แจ้งผู้ซื้อฝากเป็นหนังสือก่อนถึงงวดถัดไป บอกตรง ๆ ว่าค้างเพราะอะไร และจะชำระอย่างไร การเงียบทำให้ความไว้ใจหายเร็วที่สุด
- ขอรายการยอดเป็นหนังสือ ยอดค้าง ค่าปรับถ้ามี และยอดที่ต้องชำระถ้าจะไถ่วันนี้ เทียบกับสัญญาและสลิปของคุณ
- เก็บทุกการติดต่อไว้ตามจริง ข้อความ อีเมล บันทึกการโทร และสำเนาหนังสือที่ส่งไป โดยไม่แก้ไขเนื้อหา
- ตัดสินใจเรื่องเงินไถ่ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่ารอให้เหลือไม่กี่สัปดาห์ก่อนครบกำหนด ทางเลือกทุกทางใช้เวลาเตรียม
เจรจาขอผ่อนหรือขยายเวลาอย่างไร
ข้อเสนอที่เป็นตัวเลขชัดเจนทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจได้ง่ายกว่าการขอเวลาลอย ๆ เตรียมข้อเสนอเป็นตัวเลขก่อนคุย เช่น ชำระงวดปัจจุบันตรงเวลาแล้วทยอยเก็บยอดค้างเพิ่มเดือนละเท่าไร หรือรวมยอดค้างไปชำระในวันไถ่
- เขียนข้อตกลงใหม่เป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ระบุยอดค้าง แผนชำระ และวันครบกำหนดไถ่ที่ไม่เปลี่ยน
- ถ้าต้องการเลื่อนวันครบกำหนดด้วย มาตรา 10 ให้ขยายเวลาไถ่ได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี วิธีทำหลักฐานและจดทะเบียนอยู่ที่ ขยายเวลาไถ่
- ถ้าถูกขอขึ้นส่วนเพิ่มแลกกับการผ่อนผัน ให้หารกลับเป็นต่อปีทุกครั้ง ต้องไม่เกิน 15% ต่อปีของราคาขายฝาก
- อย่าตกลงด้วยวาจาอย่างเดียว และอย่าเซ็นเอกสารที่ไม่ได้รับสำเนา
ถ้าคุยแล้วไม่มีทางไปต่อกับรายเดิม ทางเลือกที่เหลือคือหาเงินก้อนมาไถ่ก่อนกำหนด ซึ่งกฎหมายให้ลดส่วนเพิ่มตามสัดส่วนเวลาที่ลดลง โดยผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ (มาตรา 10) เช่น หาผู้รับซื้อฝากรายใหม่ที่เงื่อนไขเบากว่ามาปิดรายเดิมผ่าน ไถ่ถอนขายฝาก หรือเทียบกับการขายทรัพย์ที่ ขายขาดหรือขายฝาก ค่าใช้จ่ายของการจดทะเบียนรอบใหม่อยู่ที่ ค่าใช้จ่ายขายฝาก
ถ้าคุณทำสัญญาผ่านชัดเจน ให้แจ้งทีมงานทันทีที่รู้ว่าจะชำระงวดไม่ทัน อย่ารอจนเลยงวด เพื่อคุยทางเลือกกับผู้ซื้อฝากเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ยังมีเวลา
สิทธิที่ยังอยู่กับคุณ แม้ค้างงวด
- หนังสือแจ้งกำหนดไถ่ ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับพร้อมสำเนาสัญญา ก่อนครบกำหนด 3–6 เดือน ถ้าไม่แจ้ง คุณไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด (มาตรา 17)
- อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ ผู้ขายฝากครอบครอง ใช้สอย และได้ดอกผลจากทรัพย์จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12)
- ทรัพย์ต้องไม่ติดภาระใหม่ ระหว่างที่ยังไถ่ได้ ผู้ซื้อฝากห้ามก่อภาระที่กระทบสิทธิของคุณ (มาตรา 16)
- วางทรัพย์ได้เมื่อผู้ซื้อฝากไม่รับเงิน ไถ่ได้โดยวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดิน และถ้าไถ่ไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของคุณ วางทรัพย์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันครบกำหนด (มาตรา 18)
- ข้อพิพาทเป็นคดีผู้บริโภค คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากตาม พ.ร.บ. นี้ ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค (มาตรา 11)
สิทธิทั้งหมดพร้อมคำอธิบายอยู่ที่ สิทธิและการไถ่คืน ถ้าใกล้ครบกำหนดแล้วและยังไม่มีเงินพอ อ่านทางเลือกต่อที่ ครบกำหนดแล้วยังไม่มีเงินไถ่ และถ้าผู้ซื้อฝากไม่ยอมรับเงิน ดูขั้นตอนที่ วางทรัพย์เมื่อไถ่ไม่ได้
ข้อผิดพลาดที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง
- เงียบหายเมื่อรู้ว่าจ่ายงวดไม่ทัน แทนที่จะแจ้งเป็นหนังสือก่อนถึงงวด
- คิดว่าค้างงวดแล้วบ้านหลุดแน่ จึงเลิกเตรียมเงินไถ่ ทั้งที่สิ่งที่ตัดสินคือวันครบกำหนด
- ทิ้งสลิปงวดเก่า ทำให้พิสูจน์ไม่ได้ว่าจ่ายไปแล้วเท่าไร ซึ่งมาตรา 8 ให้นับเป็นสินไถ่ที่ชำระแล้ว
- เซ็นหนังสือสละสิทธิหรือยอมย้ายออกเพื่อแลกกับการผ่อนผัน โดยไม่ได้อ่านและไม่ได้รับสำเนา
- ตกลงขยายเวลาหรือขึ้นส่วนเพิ่มกันด้วยวาจาอย่างเดียว
- ย้ายที่อยู่โดยไม่แจ้งผู้ซื้อฝากเป็นหนังสือ จนหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ส่งไม่ถึง
คำถามที่พบบ่อย
ขายฝากไม่ส่งดอก บ้านหลุดทันทีไหม?
สิ่งที่ทำให้ผู้ขายฝากต้องส่งมอบทรัพย์คือการไม่ไถ่ภายในกำหนดเวลาไถ่ (มาตรา 19) ไม่ใช่การค้างงวดใดงวดหนึ่ง กำหนดเวลาไถ่ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปี (มาตรา 10) ส่วนผลอื่นของการค้างชำระขึ้นกับถ้อยคำในสัญญา ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี สิ่งที่ควรทำคือคุยกับผู้ซื้อฝากเป็นหนังสือทันที ไม่ใช่เงียบไว้
ค้างดอกหลายเดือน ตอนไถ่ต้องจ่ายเท่าไร?
โดยหลักคือสินไถ่ตามสัญญา หักด้วยเงินที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้ว (มาตรา 8) งวดที่ค้างจึงยังรวมอยู่ในยอดที่ต้องจ่าย ส่วนค่าปรับหรือเงินเพิ่มเพราะชำระล่าช้า จะเรียกได้หรือไม่และนับรวมใต้เพดาน 15% ต่อปีอย่างไร ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ขอรายการคำนวณเป็นหนังสือทุกครั้ง
สัญญาเขียนว่าผิดนัดงวดเดียวถือว่าสละสิทธิไถ่ ใช้บังคับได้ไหม?
กำหนดเวลาไถ่ถูกวางไว้ที่ 1–10 ปีตามมาตรา 10 และข้อตกลงที่ขัดกับ พ.ร.บ. เป็นโมฆะตามมาตรา 6 ข้อที่ตัดสิทธิไถ่กลางทางจึงอาจใช้บังคับไม่ได้ แต่ผลกับสัญญาของคุณต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ให้นำสัญญาไปสอบถามสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียน และอย่าหยุดเตรียมเงินไถ่ระหว่างนั้น
ผู้ซื้อฝากบอกให้ย้ายออกเพราะไม่ส่งดอก ต้องย้ายไหม?
มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากครอบครอง ใช้สอย และได้ดอกผลจากทรัพย์จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน ถ้าได้รับคำสั่งแบบนี้ ให้ขอเป็นหนังสือพร้อมอ้างข้อสัญญา แล้วนำไปตรวจสอบเป็นรายกรณีก่อนตัดสินใจ อ่านเพิ่มที่ อยู่ในบ้านต่อได้ไหม
ค้างดอกแล้ว ผู้ซื้อฝากยังต้องส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ไหม?
มาตรา 17 ผูกหน้าที่นี้ไว้กับวันครบกำหนดไถ่ ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือก่อนครบกำหนด 3–6 เดือน ถ้าไม่แจ้ง ผู้ขายฝากไถ่ได้อีก 6 เดือน ดูวิธีตรวจที่ หนังสือแจ้งกำหนดไถ่
ปรับปรุงข้อมูล 28 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
