ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
วางทรัพย์ขายฝากคืออะไร
มาตรา 18 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 เขียนทางออกไว้สองทาง ทางแรกคือไถ่โดยชำระสินไถ่ให้ผู้ซื้อฝากตามปกติ ทางที่สองคือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ไว้ต่อหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด ทางที่สองคือทางที่ยังใช้ได้ในวันที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับเงิน หรือหาตัวไม่เจอ
พูดให้ง่ายที่สุด การวางทรัพย์คือการนำเงินสินไถ่ไปมอบไว้กับหน่วยงานกลาง แทนการจ่ายให้ผู้ซื้อฝากโดยตรง มาตรา 18 นับการวางทรัพย์เป็นการไถ่เช่นเดียวกับการชำระสินไถ่ ผู้ซื้อฝากจะมารับเงินวันไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ประโยคที่สำคัญที่สุดของมาตรานี้คือ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝากตั้งแต่เวลาที่ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์ ไม่ใช่ตกเป็นของคุณตอนที่อีกฝ่ายยอมเซ็น และไม่ใช่ตอนที่เขาพอใจ นี่คือเหตุผลที่การวางทรัพย์ให้ทันเวลาสำคัญกว่าการตามง้อให้เขามาเจอ
จ่ายเงินให้ผู้ซื้อฝาก แล้วไปจดทะเบียนไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดินด้วยกัน ใช้ได้เมื่ออีกฝ่ายให้ความร่วมมือ
นำเงินสินไถ่ไปวางไว้ต่อหน่วยงานที่มาตรา 18 กำหนด ใช้ได้ภายในกำหนดไถ่ และหลังครบกำหนดใช้ได้เฉพาะกรณีที่ไถ่ไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของคุณ
เมื่อผู้ซื้อฝากติดต่อไม่ได้ สถานการณ์ที่เจอจริง
คนที่ค้นหาเรื่องนี้มักไม่ได้เจอกรณีเดียวกันทั้งหมด แต่ปลายทางเหมือนกันคือวันครบกำหนดเดินเข้ามาเรื่อย ๆ ในขณะที่เงินพร้อมอยู่ในมือแล้ว ลักษณะที่พบบ่อยมีดังนี้
- เปลี่ยนเบอร์โทร ปิดช่องทางแชท ย้ายที่อยู่ โดยไม่แจ้งไว้ในสัญญา
- รับสายแต่เลื่อนนัดซ้ำ ๆ อ้างว่าไม่ว่าง ให้รอไปก่อน โดยไม่กำหนดวันใหม่
- ไม่ยอมแจ้งยอดสินไถ่เป็นหนังสือ ทำให้คุณไม่รู้ว่าต้องเตรียมเงินเท่าไร
- แจ้งยอดที่สูงกว่าสัญญาที่จดทะเบียนไว้ หรือไม่ยอมหักงวดที่คุณโอนไปแล้ว
- เรียกให้จ่ายเป็นเงินสดนอกสำนักงานที่ดิน โดยไม่ออกหลักฐานการรับเงิน
- บอกให้ต่อสัญญาไปอีกรอบทั้งที่คุณมีเงินไถ่พร้อมแล้ว
ทุกข้อข้างบนมีผลเหมือนกันคือทำให้คุณไถ่ตามปกติไม่ได้ และเวลาที่เสียไปเป็นของคุณฝ่ายเดียว ถ้าเลยวันครบกำหนดโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ทางเลือกจะแคบลงมาก อ่านสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเลยกำหนดได้ที่ ครบกำหนดแล้วยังไม่มีเงินไถ่
ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ อย่าเพิ่งสรุปว่าติดต่อไม่ได้เพราะโทรไปสองสามครั้งไม่รับ สิ่งที่ช่วยคุณได้ในภายหลังคือหลักฐานว่าได้พยายามติดต่อตามที่อยู่ในสัญญาแล้วจริง ทั้งทางโทรศัพท์ ข้อความ และไปรษณีย์
วางทรัพย์ขายฝากได้ที่ไหนบ้าง
มาตรา 18 ระบุสถานที่ไว้สามแห่ง กฎหมายไม่ได้จัดลำดับว่าต้องไปแห่งใดก่อน แต่ในทางปฏิบัติแต่ละแห่งมีระเบียบภายใน เวลาทำการ และวิธีรับเงินไม่เหมือนกัน จึงต้องโทรสอบถามก่อนเดินทาง
| สถานที่ที่วางทรัพย์ได้ตามมาตรา 18 | สิ่งที่ควรยืนยันทางโทรศัพท์ก่อนไป | สิ่งที่ควรถือไปด้วยเสมอ |
|---|---|---|
| สำนักงานวางทรัพย์ | แบบคำร้องที่ต้องกรอก วิธีชำระเงินที่รับ และเวลาที่รับเรื่องในแต่ละวัน | สัญญาขายฝากที่จดทะเบียน และบัตรประชาชนตัวจริง |
| สำนักงานที่ดินจังหวัด | ว่าจังหวัดนั้นรับเรื่องวางทรัพย์ของแปลงที่จดทะเบียนไว้ที่สาขาใด | สำเนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเท่าที่มี |
| สำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝาก | ชื่อฝ่ายที่รับผิดชอบ และเอกสารที่ต้องเตรียมเพิ่มสำหรับแปลงของคุณ | หลักฐานการชำระส่วนเพิ่มทุกงวดที่ผ่านมา |
ค่าธรรมเนียม แบบคำร้อง และวิธีรับเงินไม่ได้เขียนไว้ในบทความนี้ เพราะเป็นระเบียบปฏิบัติที่ต่างกันได้ในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลา ให้ตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดินหรือสำนักงานวางทรัพย์ที่คุณจะไปจริง อย่าเชื่อตัวเลขที่ได้ยินต่อ ๆ กันมา
กำหนดเวลาที่พลาดไม่ได้
เรื่องวางทรัพย์แพ้ชนะกันที่วันที่ ไม่ใช่ที่เหตุผล สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปิดสัญญาที่จดทะเบียนแล้วเขียนวันสำคัญลงกระดาษแผ่นเดียว
- วันจดทะเบียนขายฝาก ตามที่ปรากฏในสัญญาที่จดทะเบียน
- วันครบกำหนดไถ่ตามที่ระบุในสัญญา ไม่ใช่วันที่จำกันเองหรือที่ใครบอกปากเปล่า
- วันที่ได้รับหนังสือแจ้งกำหนดไถ่จากผู้ซื้อฝาก และวันที่ประทับตราไปรษณีย์
- วันที่คุณพยายามติดต่อแต่ละครั้ง พร้อมช่องทางที่ใช้และผลที่ได้
ภายในกำหนดไถ่ตามสัญญา คุณใช้สิทธิไถ่ได้ตลอด ทั้งโดยชำระสินไถ่และโดยวางทรัพย์ ส่วนกรณีที่หลายคนกังวลที่สุดคือเลยวันครบกำหนดไปแล้ว มาตรา 18 เขียนทางออกไว้ว่า ถ้าไถ่ไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก ให้วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันครบกำหนด
อีกกำหนดเวลาหนึ่งที่ต้องดูคู่กันคือมาตรา 17 ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมสำเนาสัญญา ก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน ถ้าเขาไม่แจ้ง ผู้ขายฝากไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด รายละเอียดอยู่ที่ หนังสือแจ้งกำหนดไถ่
สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน จึงอย่านำมาปนกันเอง ถ้าคุณไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณนับอย่างไร ให้ถือวันที่เร็วที่สุดเป็นหลักไว้ก่อน แล้วรีบไปสอบถามที่สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานวางทรัพย์ อย่ารอจนเหลือไม่กี่วันของกรอบ 30 วัน ซึ่งใช้ได้เฉพาะกรณีที่ไถ่ไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝากเท่านั้น
ต้องวางเงินเท่าไร คำนวณสินไถ่ให้ถูกก่อน
การวางทรัพย์คือการวางเงินที่เป็นสินไถ่ ดังนั้นต้องรู้ยอดที่ถูกต้องก่อน จุดเริ่มต้นคือราคาขายฝากที่เขียนไว้ในสัญญาที่จดทะเบียน บวกส่วนเพิ่มตามที่ตกลงกัน แล้วหักทุกบาทที่ผู้ซื้อฝากรับไปแล้ว วิธีคิดทีละขั้นอยู่ที่ สินไถ่คืออะไร คิดอย่างไร
มาตรา 8 วางกรอบไว้สองข้อที่ช่วยคุณตรงนี้ ข้อแรก สินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี ข้อสอง เงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว งวดที่คุณโอนไปทุกเดือนจึงต้องไปลดยอด ไม่ใช่หายไปเฉย ๆ
ลองดูตัวอย่างที่จับต้องได้ สมมติราคาขายฝาก 2,000,000 บาท ตกลงส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน เท่ากับเดือนละ 15,000 บาท
| สถานการณ์ก่อนถึงวันครบกำหนด | ส่วนเพิ่มที่ยังค้างอยู่ | ยอดที่ต้องเตรียมไปวาง |
|---|---|---|
| ชำระส่วนเพิ่มครบทุกงวด | ไม่มี | 2,000,000 บาท |
| ค้างส่วนเพิ่ม 4 งวด | 15,000 บาท คูณ 4 งวด รวม 60,000 บาท | 2,060,000 บาท |
| ผู้ซื้อฝากแจ้งยอดสูงกว่าที่คำนวณได้ | ต้องขอรายการคำนวณเป็นหนังสือมาเทียบกับสัญญา | นำเอกสารทั้งหมดไปหารือกับเจ้าหน้าที่เป็นรายกรณี |
ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างวิธีคิด ตัวเลขจริงของคุณต้องมาจากสัญญาของคุณเอง และถ้าคุณตั้งใจไถ่ก่อนวันครบกำหนด ส่วนเพิ่มต้องลดลงตามสัดส่วนเวลาที่ลดลงด้วย อ่านต่อที่ ไถ่ก่อนกำหนด
เอกสารและหลักฐานที่ควรเตรียม
สิ่งที่ทำให้การวางทรัพย์ราบรื่นไม่ใช่การพูดเก่ง แต่คือแฟ้มเอกสารที่ครบ รายการข้างล่างเป็นจุดตั้งต้น ส่วนรายการจริงต้องยืนยันเป็นรายกรณี เตรียมตัวจริงพร้อมสำเนาไปด้วยเสมอ
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขายฝาก
- สัญญาขายฝากที่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 7
- สำเนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือเอกสารของทรัพย์เท่าที่คุณมี
- หนังสือแจ้งกำหนดไถ่และซองไปรษณีย์ที่ได้รับ ถ้าผู้ซื้อฝากเคยส่งมา
- หลักฐานการชำระส่วนเพิ่มทุกงวด เรียงตามวันที่ให้ดูง่าย
- บันทึกการติดต่อทั้งหมด ทั้งวันที่โทร ข้อความ และจดหมายที่ส่งไป
- เงินสินไถ่ตามวิธีชำระที่สำนักงานนั้นรับ ซึ่งต้องโทรถามก่อนว่ารับรูปแบบใด
ถ้าเอกสารบางอย่างหาย เช่น สัญญาฉบับของคุณ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ตอนโทรสอบถาม เพราะการขอตรวจสอบสารบบหรือขอคัดสำเนาต้องใช้เวลา และเวลาคือสิ่งที่คุณมีน้อยที่สุดในสถานการณ์นี้
ลำดับขั้นตอนตั้งแต่ติดต่อไม่ได้จนถึงวันวางทรัพย์
- เปิดสัญญาและจดวันครบกำหนดไถ่ ยืนยันจากเอกสารที่จดทะเบียนเท่านั้น แล้วนับถอยหลังจากวันนั้น
- คำนวณยอดสินไถ่ของตัวเองไว้ก่อน ตั้งต้นจากราคาขายฝาก บวกส่วนเพิ่มตามสัญญา หักงวดที่ชำระไปแล้วทุกบาท
- ติดต่อผู้ซื้อฝากอย่างเป็นทางการ ส่งหนังสือไปยังที่อยู่ในสัญญา ขอยอดสินไถ่และวันนัดจดทะเบียนไถ่ถอน พร้อมเก็บหลักฐานการส่ง
- เตรียมเงินให้พร้อมจริง เงินต้องพร้อมก่อนวันครบกำหนด ไม่ใช่รอให้อีกฝ่ายตอบก่อนแล้วค่อยหา
- โทรสอบถามสถานที่วางทรัพย์ ถามแบบคำร้อง เอกสาร วิธีชำระเงิน และเวลารับเรื่อง จดชื่อเจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลไว้ด้วย
- ไปยื่นคำร้องวางทรัพย์พร้อมเอกสารทั้งชุด ชี้แจงตามข้อเท็จจริงว่าไถ่ตามปกติไม่ได้เพราะเหตุใด และแสดงหลักฐานการติดต่อ
- รับหลักฐานการวางทรัพย์และเก็บให้ดี เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ยืนยันว่าคุณใช้สิทธิไถ่แล้ว ถ่ายสำเนาและเก็บไฟล์ไว้อีกชุด
- นำหลักฐานไปดำเนินการทางทะเบียนต่อ สอบถามสำนักงานที่ดินว่าขั้นตอนแก้ไขรายการในสารบบของกรณีคุณต้องทำอย่างไร
ผลทางกฎหมายหลังวางทรัพย์
มาตรา 18 กำหนดว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากกลับคืนมาเป็นของผู้ขายฝากตั้งแต่เวลาที่ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์ แปลว่าผลทางกฎหมายเกิดทันทีที่คุณวาง ไม่ต้องรอให้ผู้ซื้อฝากมารับเงิน และไม่ต้องรอให้เขายินยอม
แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างสองเรื่อง เรื่องแรกคือกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งกลับมาแล้ว เรื่องที่สองคือรายการทางทะเบียนในสารบบที่ดิน ซึ่งยังต้องดำเนินการต่ออีกขั้น ขั้นตอนและเอกสารส่วนนี้ต่างกันได้ตามข้อเท็จจริงของแต่ละแปลง จึงต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากไว้
ระหว่างที่ยังไถ่ได้ มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และได้ดอกผลจากทรัพย์เพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยจนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน และมาตรา 16 ห้ามผู้ซื้อฝากก่อภาระใดเหนือทรัพย์ที่กระทบสิทธิของผู้ขายฝาก สิทธิเหล่านี้อ่านเพิ่มได้ที่ สิทธิและการไถ่คืน
สิ่งที่ควรทำทันทีหลังวางทรัพย์คือ เก็บหลักฐานการวางไว้หลายชุด แจ้งให้ผู้ซื้อฝากทราบเป็นหนังสือว่าได้วางทรัพย์ไว้ที่ใดแล้ว และอย่าย้ายออกจากบ้านหรือปล่อยทรัพย์ทิ้งเพราะเข้าใจว่าเสียสิทธิไปแล้ว
ข้อผิดพลาดที่ทำให้วางทรัพย์ไม่ทัน
- รอให้ผู้ซื้อฝากตอบก่อนแล้วค่อยหาเงิน ทำให้วันครบกำหนดผ่านไปทั้งที่ยังไม่มีเงินจริง
- เชื่อคำพูดทางโทรศัพท์ว่าจะผ่อนผันให้ โดยไม่มีอะไรเป็นหนังสือ
- ไม่เก็บหลักฐานการติดต่อ ทำให้พิสูจน์ไม่ได้ว่าเหตุที่ไถ่ไม่ได้ไม่ใช่ความผิดของตน
- จำวันครบกำหนดผิด เพราะไม่ได้เปิดดูวันที่ในสัญญาที่จดทะเบียน
- ไปถึงสำนักงานตอนบ่ายวันสุดท้ายโดยไม่ได้โทรถามเอกสารล่วงหน้า
- ยอมจ่ายเงินสดนอกสถานที่ราชการโดยไม่มีใบรับเงิน แล้วอีกฝ่ายปฏิเสธภายหลัง
- เข้าใจว่าต้องฟ้องศาลก่อนจึงจะวางทรัพย์ได้ ทั้งที่มาตรา 18 ระบุสถานที่วางทรัพย์ไว้แล้ว ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามสำนักงานนั้นก่อน
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพบว่าเงินยังไม่พอ การวางทรัพย์จะช่วยอะไรไม่ได้ เพราะสิ่งที่ต้องวางคือสินไถ่ ทางเลือกที่เหลือคือหาเงินไถ่ให้ทัน หรือเจรจาขยายเวลาไถ่ไว้ก่อน ซึ่งมีกรอบของตัวเอง อ่านที่ ขยายเวลาไถ่ และถ้าต้องการให้มีคนช่วยเดินเรื่องไถ่ถอน ดูได้ที่ บริการไถ่ถอนขายฝาก
บทความนี้อ้างจากสรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ระเบียบปฏิบัติของแต่ละสำนักงานเปลี่ยนได้ เมื่อถึงเวลาจริงให้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่คุณจะไปเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
วางทรัพย์ขายฝาก ต้องไปที่ไหน?
มาตรา 18 ระบุไว้สามแห่ง คือสำนักงานวางทรัพย์ สำนักงานที่ดินจังหวัด และสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากไว้ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่ระเบียบปฏิบัติ เวลาทำการ และวิธีรับเงินของแต่ละแห่งต่างกัน จึงควรโทรสอบถามเป็นรายกรณีก่อนเดินทางไปจริง
ผู้ซื้อฝากติดต่อไม่ได้เลย ถือว่าเราผิดไหมถ้าไถ่ไม่ทัน?
มาตรา 18 เขียนไว้ชัดว่าถ้าไถ่ไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก ยังวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันครบกำหนด สิ่งที่ช่วยคุณได้คือหลักฐานว่าได้พยายามติดต่อและเตรียมเงินไว้แล้วจริง จึงควรเก็บบันทึกการโทร ข้อความ และหนังสือที่ส่งไปทุกครั้ง
วางทรัพย์แล้วได้บ้านคืนเลยหรือไม่?
ตามมาตรา 18 กรรมสิทธิ์ในทรัพย์กลับคืนมาเป็นของผู้ขายฝากทันทีที่ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์ แต่การแก้ไขรายการในสารบบที่ดินเป็นขั้นตอนทางทะเบียนอีกส่วนหนึ่ง ต้องนำหลักฐานการวางทรัพย์ไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน และวิธีปฏิบัติอาจต่างกันในแต่ละพื้นที่ จึงต้องสอบถามเป็นรายกรณี
ผู้ซื้อฝากเรียกยอดสินไถ่สูงกว่าที่คำนวณเอง วางทรัพย์ได้ไหม?
ตามมาตรา 8 สินไถ่ส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี และเงินที่ผู้ซื้อฝากรับไปแล้วถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว จึงควรขอรายการคำนวณเป็นหนังสือ แล้วเทียบกับสัญญาและสลิปของคุณ ถ้าตัวเลขยังไม่ตรงกัน ให้นำเอกสารทั้งหมดไปหารือกับเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่วางทรัพย์
ไม่ได้รับหนังสือแจ้งกำหนดไถ่เลย จะทำอย่างไร?
มาตรา 17 กำหนดให้ผู้ซื้อฝากแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน ถ้าไม่แจ้ง ผู้ขายฝากยังไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด อ่านรายละเอียดที่ หนังสือแจ้งกำหนดไถ่
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
