ชัดเจน · ขายฝากบ้านและที่ดิน รับทั่วประเทศ · LINE @311chlem
ชัดเจน / เรื่องควรรู้

ไถ่ขายฝากก่อนกำหนด จ่ายเท่าไร มีค่าปรับจริงไหม

ไถ่ขายฝากก่อนกำหนดทำได้ตามมาตรา 10 ส่วนเพิ่มสินไถ่ลดตามสัดส่วนเวลาที่ใช้จริง ค่าเสียโอกาสผู้ซื้อฝากไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก พร้อมตัวอย่างคำนวณ

ไถ่ขายฝากก่อนกำหนด ต้องเสียค่าปรับไหม?

ไม่มีค่าปรับไถ่ก่อนกำหนดตามกฎหมาย มาตรา 10 ให้ผู้ขายฝากไถ่ก่อนครบสัญญาได้ และส่วนเพิ่มสินไถ่ต้องลดลงตามสัดส่วนของเวลาที่ใช้จริง สิ่งเดียวที่ผู้ซื้อฝากเรียกเพิ่มได้คือค่าเสียโอกาส ซึ่งกฎหมายจำกัดไว้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คิดตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญา ถ้าคุณชำระส่วนเพิ่มรายเดือนมาตลอด เงินที่จ่ายไปแล้วต้องถูกนำมาหักออกจากสินไถ่ด้วยตามมาตรา 8 ดังนั้นเมื่ออัตราส่วนเพิ่มในสัญญาสูงกว่าเพดานค่าเสียโอกาส ยิ่งปิดขายฝากก่อนครบสัญญาได้เร็ว ยอดรวมที่ต้องจ่ายก็ยิ่งน้อยลง

ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ไถ่ขายฝากก่อนกำหนดทำได้ ไม่ต้องรอให้ครบสัญญา

หลายคนที่ทำขายฝากไว้เข้าใจว่าต้องรอจนครบกำหนดในสัญญาก่อน จึงจะไถ่ทรัพย์คืนได้ ความเข้าใจนี้ทำให้หลายคนยอมจ่ายส่วนเพิ่มต่อไปอีกหลายเดือน ทั้งที่มีเงินก้อนอยู่ในมือแล้ว ความจริงคือกฎหมายเปิดทางให้ไถ่เมื่อไรก็ได้ที่คุณพร้อม

มาตรา 10 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 วางกรอบไว้สามเรื่องในมาตราเดียว คือกำหนดเวลาไถ่ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ผู้ขายฝากไถ่ก่อนกำหนดได้โดยลดส่วนเพิ่มสินไถ่ตามสัดส่วน และขยายเวลาไถ่ได้แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี

สังเกตว่ากฎหมายกำหนดเวลาขั้นต่ำของสัญญาไว้ เพื่อไม่ให้ใครถูกบีบด้วยสัญญาสั้นเกินไป แต่ไม่ได้บังคับให้ผู้ขายฝากต้องอยู่ในสัญญาจนครบ การไถ่ก่อนกำหนดจึงเป็นสิทธิของคุณฝ่ายเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปขออนุญาตผู้ซื้อฝาก และไม่ใช่การผิดสัญญา

รอจนครบสัญญา

จ่ายส่วนเพิ่มต่อไปทุกเดือนจนถึงเดือนที่ 12 แล้วค่อยไถ่ ยอดรวมสูงที่สุด

ปิดขายฝากก่อนครบสัญญา

หยุดส่วนเพิ่มตั้งแต่วันที่ไถ่ จ่ายค่าเสียโอกาสแทนในอัตราที่มีเพดานคุมไว้

ค่าปรับไถ่ก่อนกำหนด ไม่มีในกฎหมายขายฝาก

คำที่มักได้ยินกันคือ "ค่าปรับไถ่ก่อนกำหนด" แต่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่มีคำนี้อยู่เลย สิ่งที่มีคือค่าเสียโอกาสของผู้ซื้อฝาก ซึ่งเป็นคนละแนวคิดกัน และถูกจำกัดเพดานไว้ชัดเจน

มาตรา 10 ระบุว่าผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คิดตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญา สองคำนี้สำคัญมาก คำแรกคือคิดจากราคาขายฝาก ไม่ใช่ราคาประเมินหรือมูลค่าตลาดของบ้านและที่ดิน คำที่สองคือคิดตามเวลาที่เหลือ ไม่ใช่เหมาเต็มปี ยิ่งเหลือเวลาน้อย ค่าเสียโอกาสยิ่งน้อยลงตามไปด้วย

  • ค่าเสียโอกาสเป็นคนละก้อนกับส่วนเพิ่มสินไถ่ เมื่อมาตรา 10 ให้ลดส่วนเพิ่มตามสัดส่วนแล้ว จึงเรียกส่วนเพิ่มของเดือนที่ยังไม่ถึงมาเก็บพร้อมกันอีกไม่ได้
  • เพดาน 2% ต่อปีเป็นเพดานสูงสุด ไม่ใช่อัตราที่ต้องจ่ายเสมอ ยังต่อรองให้ต่ำกว่านี้หรือขอยกเว้นได้
  • ข้อสัญญาที่เขียนว่าห้ามไถ่ก่อนกำหนด หรือเขียนค่าปรับไว้สูงกว่าเพดาน ขัดกับกฎหมายฉบับนี้ ส่วนที่ขัดตกเป็นโมฆะตามมาตรา 6
  • ค่าธรรมเนียมและภาษีในวันจดทะเบียนไถ่ถอนเป็นคนละก้อนกับสินไถ่ ต้องเตรียมแยกและสอบถามยอดจริงกับสำนักงานที่ดิน

ส่วนเพิ่มสินไถ่ต้องลดลงตามสัดส่วนเวลาที่ใช้จริง

หัวใจของการไถ่ก่อนกำหนดอยู่ตรงนี้ ถ้าสัญญาตกลงส่วนเพิ่มไว้สำหรับทั้งสัญญา แล้วคุณใช้เวลาจริงเพียงครึ่งเดียว ส่วนเพิ่มที่ต้องจ่ายก็ต้องเหลือครึ่งเดียวเช่นกัน ผู้ซื้อฝากจะคิดส่วนเพิ่มเต็มจำนวนราวกับคุณอยู่ครบสัญญาไม่ได้

  1. ตั้งต้นจากราคาขายฝากที่จดทะเบียน ไม่ใช่ยอดสุทธิที่ได้รับหลังหักค่าใช้จ่าย และไม่ใช่ราคาประเมินของทรัพย์
  2. คิดส่วนเพิ่มเฉพาะช่วงเวลาที่ใช้จริง นับจากวันจดทะเบียนถึงวันที่จะไถ่ ส่วนวิธีนับงวดว่าเป็นรายเดือนหรือรายวัน ให้ดูตามที่เขียนไว้ในสัญญาที่จดทะเบียน
  3. บวกค่าเสียโอกาสตามเวลาที่เหลือ ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คูณด้วยสัดส่วนเวลาที่เหลือของสัญญา
  4. หักทุกบาทที่ชำระไปแล้วออก ทั้งส่วนเพิ่มรายเดือนและเงินต้นบางส่วนที่เคยโอนคืนระหว่างสัญญา ตามมาตรา 8

วิธีคิดสินไถ่แบบละเอียดและตัวอย่างการหักเงินที่จ่ายไปแล้ว อ่านเพิ่มที่ สินไถ่คืออะไร คิดอย่างไร ส่วนเรื่องเพดานส่วนเพิ่มไม่เกิน 15% ต่อปีตามมาตรา 8 อธิบายไว้ที่ ดอกเบี้ยขายฝาก

ตัวอย่างคำนวณ ไถ่เดือนที่ 3 6 9 เทียบกับรอจนครบสัญญา

สมมติราคาขายฝาก 2,000,000 บาท ตกลงส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน (เท่ากับ 9% ต่อปี ซึ่งอยู่ใต้เพดาน 15% ต่อปี) กำหนดไถ่ 12 เดือน และสมมติว่ายังไม่ได้ชำระส่วนเพิ่มระหว่างทางเลย เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งก้อนในคราวเดียว

ไถ่ที่เดือนที่ส่วนเพิ่มตามสัดส่วนค่าเสียโอกาสสูงสุด (2% ต่อปี)ยอดที่ต้องจ่ายรวมประหยัดกว่ารอครบสัญญา
เดือนที่ 345,000 บาท30,000 บาท2,075,000 บาท105,000 บาท
เดือนที่ 690,000 บาท20,000 บาท2,110,000 บาท70,000 บาท
เดือนที่ 9135,000 บาท10,000 บาท2,145,000 บาท35,000 บาท
เดือนที่ 12180,000 บาท0 บาท2,180,000 บาทฐานเปรียบเทียบ

อ่านตารางจากซ้ายไปขวาจะเห็นสองแรงที่สวนทางกัน ยิ่งไถ่เร็ว ส่วนเพิ่มยิ่งน้อยเพราะใช้เวลาน้อย แต่ค่าเสียโอกาสยิ่งมากขึ้นเพราะเวลาที่เหลือยาวกว่า ในตัวอย่างนี้เพดาน 2% ต่อปีต่ำกว่าอัตราส่วนเพิ่ม 9% ต่อปีมาก ผลรวมจึงถูกลงเมื่อไถ่เร็วขึ้น ถ้าสัญญาของคุณตกลงส่วนเพิ่มไว้ต่ำกว่านี้ ผลต่างก็จะแคบลงตาม จึงควรแทนตัวเลขของสัญญาตัวเองก่อนตัดสินใจ

ในตัวอย่างนี้ การไถ่ที่เดือนที่ 3 ทำให้จ่ายน้อยกว่าการรอจนครบ 12 เดือนถึง 105,000 บาท ส่วนการไถ่ที่เดือนที่ 9 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่นาน ก็ยังประหยัดได้ 35,000 บาท ตัวเลขนี้คือเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ควรรอเฉย ๆ เมื่อเงินก้อนพร้อมแล้ว

เพดานค่าเสียโอกาสคุ้มครองคุณอย่างไร

ถ้าไม่มีเพดานในมาตรา 10 ผู้ซื้อฝากจะอ้างได้ว่าเสียโอกาสลงทุนเท่ากับส่วนเพิ่มที่ควรได้ทั้งสัญญา ซึ่งเท่ากับการไถ่ก่อนกำหนดไม่ช่วยอะไรเลย เพดาน 2% ต่อปีจึงเป็นตัวกั้นไม่ให้ค่าเสียโอกาสพองขึ้นจนกลืนส่วนที่ควรประหยัดไป

ราคาขายฝากค่าเสียโอกาสสูงสุด ถ้าไถ่ที่เดือนที่ 3ค่าเสียโอกาสสูงสุด ถ้าไถ่ที่เดือนที่ 9
500,000 บาท7,500 บาท2,500 บาท
1,000,000 บาท15,000 บาท5,000 บาท
2,000,000 บาท30,000 บาท10,000 บาท
5,000,000 บาท75,000 บาท25,000 บาท

ตัวเลขในตารางนี้คือเพดานสูงสุดที่กฎหมายยอมให้เรียก ไม่ใช่จำนวนที่ต้องจ่ายโดยอัตโนมัติ และคิดบนสัญญา 12 เดือนแบบตัวอย่างเดียวกันทั้งตาราง ถ้ากำหนดไถ่ในสัญญาของคุณยาวกว่านี้ ตัวคูณจะเปลี่ยนเป็นสัดส่วนเวลาที่เหลือของสัญญาคุณเอง

เมื่อแทนตัวเลขของตัวเองแล้วพบว่าผู้ซื้อฝากแจ้งยอดค่าเสียโอกาสสูงกว่าที่คำนวณได้ ให้ขอรายการคำนวณเป็นหนังสือ เพราะมักมาจากสองสาเหตุ คือคิดเต็มปีทั้งที่เหลือเวลาไม่ถึงปี หรือคิดจากฐานที่ไม่ใช่ราคาขายฝากที่จดทะเบียน

เทียบตัวเลขค่าใช้จ่ายรวมของคุณเองได้ที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ และดูภาพรวมสิทธิทั้งหมดของผู้ขายฝากได้ที่ สิทธิและการไถ่คืน

ถ้าชำระส่วนเพิ่มรายเดือนมาตลอด ยอดวันไถ่คิดอย่างไร

อีกกรณีหนึ่งที่ต่างจากตัวอย่างข้างต้นคือ ผู้ขายฝากโอนส่วนเพิ่มให้ทุกเดือนตามที่ตกลง มาตรา 8 เขียนไว้ว่าเงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว เงินทุกงวดที่คุณโอนจึงต้องไปตัดยอด ไม่ใช่หายไปเฉย ๆ

แปลเป็นตัวเลขในตัวอย่างเดิม ถ้าคุณโอนส่วนเพิ่มเดือนละ 15,000 บาทครบทุกงวดจนถึงเดือนที่ 6 แล้วมาไถ่ในเดือนนั้น ส่วนเพิ่ม 90,000 บาทถือว่าชำระแล้วทั้งหมด ยอดที่ต้องเตรียมในวันไถ่จึงเหลือราคาขายฝาก 2,000,000 บาท บวกค่าเสียโอกาส 20,000 บาท รวม 2,020,000 บาท

  • โอนผ่านบัญชีธนาคารทุกครั้ง และโอนเข้าบัญชีชื่อเดียวกับผู้ซื้อฝากในสัญญาเท่านั้น
  • ระบุในบันทึกว่าเป็นงวดของเดือนใด เพื่อให้เรียงลำดับงวดได้ตอนสรุปยอด
  • ขอให้ผู้ซื้อฝากแจ้งยอดสินไถ่ ณ วันที่จะไถ่จริงเป็นหนังสือ พร้อมรายการหักเงินที่ชำระแล้วทีละงวด
  • เทียบรายการที่เขาแจ้งกับสลิปของคุณทีละบรรทัด ก่อนตกลงวันนัดจดทะเบียน

ขั้นตอนปิดขายฝากก่อนครบสัญญา

  1. เตรียมเงินให้พร้อมก่อนแจ้ง ทั้งสินไถ่ ค่าเสียโอกาส และค่าธรรมเนียมวันจดทะเบียน อย่าเพิ่งแจ้งวันถ้าเงินยังไม่แน่นอน
  2. แจ้งความประสงค์ขอไถ่เป็นหนังสือ ระบุวันที่จะไถ่ให้ชัด ส่งแบบมีหลักฐานการรับ และเก็บสำเนาไว้ทุกฉบับ
  3. ขอยอดสินไถ่พร้อมรายการคำนวณ ให้แยกให้เห็นว่าส่วนใดคือส่วนเพิ่มตามสัดส่วน ส่วนใดคือค่าเสียโอกาส และหักอะไรไปแล้วบ้าง
  4. ตรวจยอดกับสัญญาที่จดทะเบียน ถ้าตัวเลขไม่ตรง ให้ทักท้วงเป็นหนังสือทันที อย่ารอถึงวันนัด
  5. นัดจดทะเบียนไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน สอบถามเอกสารและค่าธรรมเนียมที่ต้องเตรียมเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนไว้ล่วงหน้า
  6. รับโฉนดและหลักฐานการไถ่คืนในวันเดียวกัน ตรวจรายการจดทะเบียนหลังโฉนดให้เรียบร้อยก่อนออกจากสำนักงาน

เอกสารที่ต้องใช้ในวันนัดจดทะเบียนไถ่ถอนต่างกันตามประเภทของทรัพย์และตัวผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงควรขอรายการเอกสารกับสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนไว้ล่วงหน้า แล้วเตรียมให้ครบก่อนถึงวันนัด ถ้าต้องการให้มีคนช่วยเดินเรื่องและประสานกับผู้ซื้อฝาก ดูบริการ ไถ่ถอนขายฝาก

ถ้าผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมรับไถ่ก่อนกำหนด

บางครั้งผู้ซื้อฝากไม่อยากให้ไถ่เร็ว เพราะอยากได้ส่วนเพิ่มต่อไปอีกหลายเดือน วิธีที่มักเจอคือติดต่อไม่ได้ในช่วงที่คุณพร้อมจ่าย เลื่อนวันนัดซ้ำ ๆ หรือแจ้งยอดสูงเกินจริงจนตกลงกันไม่ได้ ทั้งสามแบบนี้ไม่ได้ทำให้สิทธิไถ่ของคุณหายไป

มาตรา 18 ให้ไถ่ได้สองทาง คือชำระสินไถ่ให้ผู้ซื้อฝากโดยตรง หรือวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากไว้ และกรรมสิทธิ์กลับคืนสู่ผู้ขายฝากทันทีที่ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์ ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายยินยอม

นอกจากนี้ ถ้าไถ่ไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก ยังวางทรัพย์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันครบกำหนด และมาตรา 17 กำหนดให้ผู้ซื้อฝากแจ้งกำหนดไถ่กับจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมสำเนาสัญญา ล่วงหน้าก่อนครบกำหนด 3–6 เดือน ถ้าไม่แจ้ง ผู้ขายฝากยังไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด รายละเอียดอยู่ที่ หนังสือแจ้งก่อนครบกำหนด

อ่านสัญญาตรงไหน ก่อนตัดสินใจไถ่เร็ว

ก่อนโทรหาผู้ซื้อฝาก ให้หยิบสัญญาที่จดทะเบียนขึ้นมาอ่านสี่จุดนี้ก่อน จะทำให้คุยเรื่องตัวเลขได้ตรงประเด็นตั้งแต่ครั้งแรก

  • ราคาขายฝากที่ระบุในสัญญา เพราะทั้งส่วนเพิ่มและค่าเสียโอกาสคิดจากฐานนี้
  • อัตราส่วนเพิ่มและวิธีนับเวลา ว่าคิดเป็นรายเดือนหรือรายวัน นับจากวันจดทะเบียนวันไหน
  • วันครบกำหนดไถ่ เพื่อคำนวณว่าเหลือเวลาอีกกี่เดือน อันเป็นตัวคูณของค่าเสียโอกาส
  • ข้อความเรื่องการไถ่ก่อนกำหนด ถ้าเขียนห้ามไว้หรือเขียนค่าปรับเกินเพดาน ให้รู้ว่าข้อนั้นขัดกฎหมายและใช้บังคับไม่ได้

ถ้าอ่านแล้วพบว่าเงินยังไม่พอไถ่ทั้งก้อนในตอนนี้ อย่าเพิ่งปล่อยเลยวันครบกำหนด ทางเลือกอื่นคือขอขยายเวลาไถ่ซึ่งรวมแล้วต้องไม่เกิน 10 ปีตามมาตรา 10 อ่านที่ ขยายเวลาไถ่ หรือดูทางออกเมื่อใกล้ครบกำหนดที่ ครบกำหนดแล้วยังไม่มีเงินไถ่

คำถามที่พบบ่อย

ไถ่ขายฝากก่อนกำหนดต้องเสียค่าปรับกี่เปอร์เซ็นต์?

กฎหมายไม่ได้กำหนดค่าปรับไถ่ก่อนกำหนดไว้เลย สิ่งที่ผู้ซื้อฝากเรียกได้คือค่าเสียโอกาส และต้องไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คิดเฉพาะช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ถ้าในสัญญาเขียนตัวเลขสูงกว่านี้ ส่วนที่เกินใช้บังคับไม่ได้

ผู้ซื้อฝากปฏิเสธไม่ให้ไถ่ก่อนครบสัญญา ทำได้ไหม?

ทำไม่ได้ มาตรา 10 ให้สิทธิผู้ขายฝากไถ่ก่อนกำหนด จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องขออนุญาต ถ้าผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยงหรือติดต่อไม่ได้ ยังมีทางวางทรัพย์ตามมาตรา 18 อ่านขั้นตอนที่ วางทรัพย์เมื่อไถ่ไม่ได้

ปิดขายฝากก่อนครบสัญญา ประหยัดเงินได้จริงเท่าไร?

ขึ้นกับว่าเหลือเวลาอีกเท่าไรและอัตราส่วนเพิ่มเท่าไร ในตัวอย่างราคาขายฝาก 2,000,000 บาทในบทความนี้ การไถ่ที่เดือนที่ 3 ประหยัดกว่าการรอครบ 12 เดือนประมาณ 105,000 บาท เพราะส่วนเพิ่มถูกตัดตามสัดส่วน ลองแทนตัวเลขของคุณเองแล้วเทียบกับที่ผู้ซื้อฝากแจ้งมา

จ่ายส่วนเพิ่มรายเดือนมาตลอด ตอนไถ่ก่อนกำหนดต้องจ่ายอีกไหม?

เงินที่ผู้ซื้อฝากรับไปแล้วถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้วตามมาตรา 8 ถ้าชำระครบทุกงวดจนถึงเดือนที่ไถ่ ยอดที่เหลือจะเท่ากับราคาขายฝากบวกค่าเสียโอกาสเท่านั้น จึงต้องเก็บสลิปทุกใบไว้เป็นหลักฐาน

ค่าธรรมเนียมวันจดทะเบียนไถ่ถอนเป็นเท่าไร?

ค่าธรรมเนียมและภาษีในวันไถ่ถอนไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสินไถ่ และคิดต่างกันตามประเภททรัพย์ ราคาประเมิน และระยะเวลาถือครอง จึงต้องสอบถามยอดจริงเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนก่อนถึงวันนัด

แหล่งข้อมูล: สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) · กรมที่ดิน
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
คำนวณเงินสุทธิเตรียมข้อมูลประเมิน