ชัดเจน · ขายฝากบ้านและที่ดิน รับทั่วประเทศ · LINE @311chlem
ชัดเจน / เรื่องควรรู้

ขายขาดหรือขายฝาก เลือกแบบไหนดี เทียบเงินที่ได้ ต้นทุน ความเสี่ยง

ขายขาดได้เงินใกล้ราคาตลาดแต่ต้องรอผู้ซื้อและไม่ได้ทรัพย์คืน ขายฝากได้เงินเร็วกว่าแต่วงเงินอยู่ราว 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ มีส่วนเพิ่ม และต้องมีแผนไถ่

ขายขาดหรือขายฝาก แบบไหนดีกว่ากัน?

ไม่มีแบบไหนดีกว่าในทุกกรณี ขายขาดเหมาะเมื่อคุณไม่ต้องการทรัพย์คืนและมีเวลารอผู้ซื้อ เพราะได้เงินใกล้ราคาตลาดและไม่มีภาระไถ่ ขายฝากเหมาะเมื่อต้องการเงินเร็ว อยากได้ทรัพย์คืน และมีแหล่งเงินไถ่ที่ชัดเจน แต่วงเงินอยู่ราว 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ และมีส่วนเพิ่มที่ต้องจ่ายทุกเดือน ถ้ายังตอบไม่ได้ว่าเงินไถ่จะมาจากไหน การขายขาดหรือทางอื่นอาจปลอดภัยกว่า

ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ขายฝากกับขายบ้านต่างกันยังไง

คนที่มีบ้านหรือที่ดินและต้องการเงินก้อน มักมาถึงทางแยกเดียวกัน จะขายขาดไปเลย หรือจะขายฝากไว้ก่อนแล้วค่อยไถ่คืน ทั้งสองทางทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน และทั้งสองทางโอนกรรมสิทธิ์ออกไปจากชื่อคุณในวันจดทะเบียน

ความต่างอยู่ที่ประโยคเดียว ขายฝากคือการขายที่มีข้อตกลงว่าผู้ขายไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลา ส่วนขายขาดจบที่การโอน ไม่มีสิทธิเอาคืน ศัพท์ที่ควรรู้มีสามคำ ผู้ขายฝากคือเจ้าของทรัพย์เดิม ผู้ซื้อฝากคือคนที่จ่ายเงิน และสินไถ่คือเงินที่ต้องจ่ายเพื่อเอาทรัพย์คืน

สรุปสาระสำคัญของกระทรวงพาณิชย์อธิบายว่า กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขายฝากตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่ทำสัญญา ดู สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) แปลว่าระหว่างสัญญา บ้านไม่ได้เป็นชื่อคุณแล้ว แม้คุณยังอยู่ในบ้านได้ก็ตาม

ขายขาด

ได้เงินตามราคาที่ตกลงกับผู้ซื้อ โอนแล้วจบ ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีวันครบกำหนด และไม่มีทางได้ทรัพย์คืนเว้นแต่ไปซื้อกลับมาใหม่

ขายฝาก

ได้เงินตามวงเงินที่ประเมิน โดยทั่วไปอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ จ่ายส่วนเพิ่มระหว่างสัญญา และต้องมีเงินก้อนไปไถ่ภายในกำหนด จึงจะได้ทรัพย์คืน

ขายขาดหรือขายฝาก เทียบกันทีละเรื่อง

ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าแบบไหนชนะ แต่ช่วยให้เห็นว่าแต่ละแบบแลกอะไรกับอะไร

เรื่องที่เทียบขายขาดขายฝาก
เงินที่ได้ใกล้ราคาตลาด ถ้ามีเวลารอผู้ซื้อที่ให้ราคาเหมาะสมประมาณ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้
ความเร็วขึ้นกับตลาด ทำเล และสภาพทรัพย์ บางแปลงขายได้เร็ว บางแปลงรอนานพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์เป็นหลัก จึงมักรู้ผลเร็วกว่า แต่ไม่ใช่ทุกแปลงที่ได้รับอนุมัติ
ต้นทุนระหว่างทางไม่มีดอกเบี้ย มีค่าธรรมเนียมและภาษีวันโอนส่วนเพิ่มเดือนละ 0.75% ของวงเงินในตัวอย่างนี้ บวกค่าธรรมเนียมวันจดทะเบียนและวันไถ่ถอนตามเกณฑ์ของทางราชการ
ได้ทรัพย์คืนไหมไม่ได้ได้ ถ้าไถ่ภายในกำหนดเวลา
อยู่อาศัยต่อได้ไหมต้องย้ายออกตามที่ตกลงกับผู้ซื้อถ้าเข้า พ.ร.บ. 2562 มาตรา 12 ให้ครอบครองและใช้สอยเพื่ออยู่อาศัยได้จนหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน แต่ต้องรักษาทรัพย์อย่างวิญญูชน
ความเสี่ยงหลักขายได้ต่ำกว่าที่หวัง หรือรอนานเกินไปหาเงินไถ่ไม่ทัน แล้วเสียทรัพย์ในราคาเท่าวงเงินขายฝาก

สำหรับสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาตามมาตรา 6 มาตรา 8 ให้กำหนดสินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี และมาตรา 10 กำหนดเวลาไถ่ไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ถ้าสัญญาเขียนสั้นหรือยาวกว่านั้น สัญญาไม่ได้เป็นโมฆะ แต่ให้ถือว่ากำหนดเวลาไถ่เป็น 1 ปีหรือ 10 ปีแล้วแต่กรณี กรอบเหล่านี้ไม่มีในการขายขาด เพราะไม่มีการไถ่ให้ต้องคุ้มครอง

ตัวอย่างตัวเลข ทรัพย์เดียวกัน สองทางเลือก

สมมติบ้านหลังหนึ่งคาดว่าขายในตลาดได้ 3,200,000 บาทถ้ารอผู้ซื้อได้ ถ้าต้องขายให้จบเร็ว สมมติว่าต้องลดราคา 10% เหลือ 2,880,000 บาท ส่วนการขายฝาก สมมติว่ามูลค่าที่ประเมินได้คือ 2,800,000 บาท และวงเงินอยู่ที่ 65% เท่ากับ 1,820,000 บาท

ส่วนเพิ่มในตัวอย่างคือ 0.75% ต่อเดือน หรือประมาณ 9% ต่อปี ยังอยู่ในกรอบของมาตรา 8 คิดเป็นเดือนละ 13,650 บาท สัญญา 12 เดือน รวม 163,800 บาท ค่าประเมินและค่าบริการของชัดเจนเริ่มต้น 1.5% ของวงเงิน เท่ากับ 27,300 บาท

รายการขายขาด (รอผู้ซื้อ)ขายเร่งด่วนขายฝาก 12 เดือน
เงินก้อนที่ได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายวันโอน3,200,000 บาท2,880,000 บาท1,820,000 บาท
ค่าบริการแล้วแต่ช่องทางขายแล้วแต่ช่องทางขาย27,300 บาท
ส่วนเพิ่มตลอดสัญญาไม่มีไม่มี163,800 บาท
เงินก้อนที่ต้องมีในวันไถ่ไม่มีไม่มี1,820,000 บาท ถ้าจ่ายส่วนเพิ่มครบทุกเดือน
ทรัพย์หลังจบเรื่องเป็นของผู้ซื้อเป็นของผู้ซื้อกลับมาเป็นของคุณ ถ้าไถ่ทัน

ตัวเลขที่ควรมองให้นานที่สุดคือส่วนต่าง 1,380,000 บาท ระหว่างราคาตลาดกับวงเงินขายฝาก ถ้าไถ่ได้ ส่วนต่างนี้ไม่ได้หายไปไหน เพราะคุณได้ทรัพย์คืน แต่ถ้าไถ่ไม่ได้ คุณเสียทรัพย์ไปโดยได้เงินน้อยกว่าการขายเร่งด่วนเสียอีก ค่าธรรมเนียมและภาษีวันจดทะเบียนไม่ได้รวมในตาราง ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน และลองคำนวณเงินรับสุทธิของคุณได้ที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ

ส่วนมูลค่าที่ใช้คิดวงเงินมาจากไหน ทำไมมักต่ำกว่าราคาที่เจ้าของคาดไว้ อ่านที่ ประเมินราคาขายฝาก

ขายบ้านเร่งด่วนหรือขายฝาก ดูจากเวลาที่มีจริง

คำว่าด่วนของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนต้องใช้เงินภายในสัปดาห์ บางคนมีเวลาสองสามเดือน ก่อนเลือก ให้เขียนวันที่ต้องใช้เงินลงไปให้ชัด แล้วดูว่าแต่ละทางไปถึงทันหรือไม่

  • ถ้ามีเวลาหลายเดือนและไม่ได้ผูกพันกับทรัพย์ การประกาศขายตามปกติมักได้ราคาดีที่สุด
  • ถ้าต้องใช้เงินเร็วและไม่อยากได้ทรัพย์คืน การขายเร่งด่วนแม้ต้องลดราคา อาจยังเหลือเงินมากกว่าวงเงินขายฝาก
  • ถ้าต้องใช้เงินเร็วและอยากเก็บทรัพย์ไว้ ขายฝากคือทางที่ตอบโจทย์ แต่ต้องมีแผนไถ่รองรับ
  • ถ้าต้องการเงินไปปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่า ให้คำนวณก่อนว่าต้นทุนรวมลดลงจริงหรือแค่ย้ายหนี้ไปอยู่อีกที่
  • ถ้าทรัพย์ติดจำนองธนาคารอยู่ โดยทั่วไปต้องปิดภาระเดิมก่อนหรือพร้อมการโอน ยอดนี้จึงลดเงินที่เหลือจริงไม่ว่าจะเลือกทางไหน

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือที่อยู่ระหว่างทาง ขายขาดแล้วต้องหาที่อยู่ใหม่และมีค่าเช่าหรือค่าย้าย ขายฝากที่เข้า พ.ร.บ. 2562 ยังอยู่บ้านเดิมได้ตามมาตรา 12 แต่ต้องรักษาทรัพย์อย่างวิญญูชน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรนำมาใส่ในการเทียบด้วย

ถามตัวเองก่อน มีเงินไถ่จริงไหม

การขายฝากที่จบดีเกือบทุกครั้งเริ่มจากคำตอบที่ชัดตั้งแต่วันแรกว่าเงินไถ่จะมาจากไหน ลองตอบคำถามเหล่านี้กับตัวเองตรง ๆ ถ้าตอบว่าไม่แน่ใจเกินครึ่ง ให้ชะลอไว้ก่อน

  • เงินไถ่ก้อนใหญ่ประมาณ 1,820,000 บาทในตัวอย่างนี้ จะมาจากแหล่งใด และมีหลักฐานหรือวันรับเงินที่แน่นอนหรือไม่
  • รายได้ต่อเดือนพอจ่ายส่วนเพิ่มเดือนละ 13,650 บาท โดยไม่ต้องไปกู้ที่อื่นมาจ่ายหรือไม่
  • ถ้าเงินที่รออยู่มาช้ากว่ากำหนด มีแผนสำรองอะไร เช่น ขยายเวลาไถ่ หรือขายทรัพย์อื่น
  • ถ้าแผนทั้งหมดล้มเหลว คุณรับได้หรือไม่ที่จะเสียทรัพย์นี้ไป โดยเฉพาะถ้าเป็นบ้านหลังเดียวของครอบครัว
  • คนในบ้านที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับรู้และเห็นด้วยกับแผนนี้แล้วหรือยัง

ก่อนครบกำหนด ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมแนบสำเนาสัญญา ล่วงหน้า 3–6 เดือนตามมาตรา 17 ถ้าไม่แจ้งภายในเวลานั้นหรือไม่ได้แนบสำเนาสัญญา คุณไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดในสัญญา โดยยังต้องชำระสินไถ่ตามจำนวนในสัญญา แต่ไม่ควรวางแผนโดยหวังพึ่งช่องนี้ ถ้าเงินไม่พอจริง ให้เจรจาขยายเวลาตั้งแต่เนิ่น ๆ สรุปของกระทรวงพาณิชย์แนะนำให้ตกลงกันก่อนครบกำหนดไถ่ มีหลักฐานเป็นหนังสือลงชื่อผู้ซื้อฝาก และนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) ระยะเวลาที่ขยายเมื่อรวมกับเดิมต้องไม่เกิน 10 ปีตามมาตรา 10 อ่านที่ ขยายเวลาไถ่ และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเลยกำหนดอยู่ที่ ครบกำหนดแล้วยังไม่มีเงินไถ่

ขายฝากไปแล้ว อยากขายทรัพย์เองก่อนครบกำหนด

บางคนเริ่มจากขายฝาก แล้วตัดสินใจภายหลังว่าจะขายทรัพย์ไปเลย เรื่องนี้ทำได้ในทางปฏิบัติ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าระหว่างสัญญา กรรมสิทธิ์อยู่กับผู้ซื้อฝาก คุณจึงโอนขายให้คนอื่นเองโดยตรงไม่ได้

  • ไถ่คืนก่อน แล้วค่อยประกาศขาย เป็นทางที่ตรงที่สุด แต่ต้องมีเงินไถ่ก่อนได้เงินจากผู้ซื้อ
  • เจรจากับผู้ซื้อฝากและผู้ซื้อรายใหม่ ให้ไถ่และโอนขายต่อกันในวันเดียว ลำดับการชำระและเอกสารต้องตรวจรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน
  • มาตรา 14 ให้สิทธิในการไถ่โอนกันโดยทางนิติกรรมได้ ผู้รับโอนรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ทั้งปวง ถ้าคิดจะใช้ช่องนี้ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อน

ถ้าไถ่ก่อนครบกำหนด และสินไถ่กำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝาก มาตรา 10 ให้ลดสินไถ่ส่วนที่สูงกว่านั้นลงตามอัตราส่วนของระยะเวลาไถ่ที่ลดลง แต่ผู้ซื้อฝากมีสิทธิเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คำนวณตามเวลาที่เหลือก่อนถึงกำหนดไถ่ ในตัวอย่าง ถ้าไถ่คืนในเดือนที่ 6 ของสัญญา 12 เดือนเพื่อนำทรัพย์ไปขาย ค่าเสียโอกาสสูงสุดคือ 18,200 บาท รายละเอียดอยู่ที่ ไถ่ก่อนกำหนด

อย่าลืมว่าเส้นทางนี้มีค่าใช้จ่ายทางทะเบียนหลายรอบ ทั้งวันจดทะเบียนขายฝาก วันไถ่ถอน และวันโอนขาย ยอดของแต่ละรอบต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าสุดท้ายจะขาย การขายขาดตั้งแต่ต้นอาจเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ส่วนกรณีกลับกันที่ผู้ซื้อฝากโอนทรัพย์ไปให้คนอื่น มาตรา 15 ให้คุณใช้สิทธิไถ่ต่อผู้รับโอนได้ และมาตรา 16 ห้ามผู้ซื้อฝากก่อภาระใด ๆ เหนือทรัพย์ก่อนพ้นกำหนดเวลาไถ่ ที่อาจกระทบสิทธิของคุณ

เมื่อไรขายขาดดีกว่า เมื่อไรขายฝากเหมาะกว่า

ขายขาดมักเหมาะกว่า
  • ไม่ได้ผูกพันกับทรัพย์ และไม่คิดจะเอาคืน
  • ยังไม่มีแหล่งเงินไถ่ที่แน่นอน
  • ต้องการเงินเกินวงเงินที่ขายฝากให้ได้
  • รายได้ต่อเดือนไม่พอจ่ายส่วนเพิ่ม
  • รู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายจะขายทรัพย์นี้
ขายฝากมักเหมาะกว่า
  • ต้องการเก็บบ้านหรือที่ดินไว้ในครอบครัว
  • มีเงินก้อนที่รอรับในเวลาที่ระบุได้ เช่น เงินจากธุรกิจหรือการขายทรัพย์อื่น
  • ต้องการเงินภายในเวลาที่การขายตามปกติไปไม่ถึง
  • กู้ธนาคารไม่ผ่าน และคำนวณแล้วต้นทุนรวมรับได้
  • ต้องการอยู่อาศัยหรือทำกินในทรัพย์ต่อระหว่างหาเงิน

ถ้ายังลังเลว่าควรใช้ทรัพย์เป็นหลักประกันแบบไหน ขายฝากไม่ใช่ทางเดียว การจำนองไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ ข้อดีข้อเสียของสองแบบนี้อยู่ที่ ขายฝากกับจำนอง

ขายฝากดีกว่าขายขาดไหม ลำดับการตัดสินใจ

  1. เขียนจำนวนเงินที่ต้องใช้จริงและวันที่ต้องใช้ รวมยอดปิดหนี้เดิมและค่าใช้จ่ายวันจดทะเบียนด้วย ไม่ใช่แค่ตัวเลขกลม ๆ
  2. ประเมินราคาตลาดและวงเงินขายฝาก ขอราคาจากการประกาศขายจริงในย่านเดียวกัน และขอผลประเมินขายฝากว่าได้วงเงินเท่าไรในช่วง 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้
  3. เทียบเงินที่เหลือจริงทั้งสองทาง หักค่าธรรมเนียม ภาษี ค่าบริการ และยอดปิดภาระเดิม แล้วดูว่าทางไหนพอใช้
  4. ตอบคำถามเรื่องแหล่งเงินไถ่ ถ้าตอบไม่ได้ชัด ให้ถือว่าขายฝากยังไม่เหมาะในตอนนี้
  5. คิดกรณีที่แย่ที่สุดไว้ก่อน ถ้าไถ่ไม่ทัน มาตรา 19 ให้ต้องส่งมอบการครอบครองตามสภาพ ในตัวอย่างนี้คือเสียส่วนต่าง 1,380,000 บาทจากราคาตลาด
  6. ขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนนัดจดทะเบียน วงเงิน ส่วนเพิ่ม เงินรับสุทธิ ค่าใช้จ่าย และวันครบกำหนด ต้องเห็นครบก่อนเซ็น

ชัดเจนแจ้งผลประเมินเบื้องต้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้ข้อมูลครบ โดยไม่รับประกันการอนุมัติ และอธิบายทั้งข้อดีและข้อควรระวัง รวมถึงกรณีที่ขายฝากอาจไม่เหมาะกับคุณ เตรียมข้อมูลเพื่อขอประเมินได้ที่ เตรียมข้อมูลประเมิน

บทความนี้ใช้ตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีคิดเท่านั้น ค่าธรรมเนียม ภาษี และขั้นตอนทางทะเบียนของแต่ละแปลง ให้ตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน

คำถามที่พบบ่อย

ขายฝากดีกว่าขายขาดไหม?

ดีกว่าเฉพาะเมื่อคุณอยากได้ทรัพย์คืนและมีเงินไถ่แน่นอน ถ้าไม่ได้ต้องการทรัพย์คืน การขายฝากคือการจ่ายส่วนเพิ่มเดือนละประมาณ 0.75% ของวงเงินไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้อะไรเพิ่ม และถ้าไถ่ไม่ทัน คุณเสียทรัพย์ทั้งแปลงไปโดยได้เงินเพียงวงเงินขายฝากซึ่งต่ำกว่าราคาตลาด

ขายฝากกับขายบ้านต่างกันยังไง?

ทั้งสองแบบโอนกรรมสิทธิ์ไปให้อีกฝ่ายที่สำนักงานที่ดินเหมือนกัน ต่างกันที่ขายฝากมีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลา ส่วนการขายขาดจบที่การโอน ไม่มีสิทธิไถ่คืน และเงินที่ได้ขึ้นกับราคาที่ผู้ซื้อยอมจ่าย ไม่ได้คิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าประเมิน

ต้องการเงินด่วน ขายบ้านเร่งด่วนหรือขายฝากดี?

ถ้าเวลาเป็นเงื่อนไขหลัก ขายฝากมักจบเร็วกว่า เพราะพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์ ของชัดเจนแจ้งผลประเมินเบื้องต้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้ข้อมูลครบ แต่ไม่รับประกันการอนุมัติ ส่วนการขายเร่งด่วนอาจต้องลดราคาเพื่อให้ขายได้ ให้เทียบเงินที่เหลือจริงของทั้งสองทาง และถามตัวเองว่าจะไถ่คืนได้หรือไม่

ขายฝากไปแล้ว ขายบ้านให้คนอื่นเองได้ไหม?

ระหว่างสัญญา กรรมสิทธิ์เป็นของผู้ซื้อฝาก คุณจึงโอนขายเองโดยตรงไม่ได้ ทางที่ใช้กันคือไถ่คืนก่อนแล้วค่อยขาย หรือเจรจากับผู้ซื้อฝากและผู้ซื้อรายใหม่ให้จัดลำดับการชำระและการโอนในวันเดียวกัน วิธีหลังต้องตรวจรายกรณีกับสำนักงานที่ดินและควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนตกลง

ถ้าขายฝากแล้วไถ่ไม่ทัน จะเสียเงินมากกว่าขายขาดไหม?

ในตัวอย่างของบทความนี้ ทรัพย์ราคาตลาด 3,200,000 บาท ขายฝากได้วงเงิน 1,820,000 บาท ถ้าหมดสิทธิไถ่ มาตรา 19 ให้ต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์ให้ผู้ซื้อฝากตามสภาพที่เป็นอยู่ ส่วนต่างที่หายไปจากราคาตลาดคือประมาณ 1,380,000 บาท ยังไม่รวมส่วนเพิ่มที่จ่ายไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่ต้องมีแผนไถ่ก่อนเซ็น

แหล่งข้อมูล: สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์)
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
คำนวณเงินสุทธิเตรียมข้อมูลประเมิน