ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ขายฝากอาคารพาณิชย์และตึกแถวคืออะไร
อาคารพาณิชย์หรือตึกแถว คืออาคารที่สร้างติดกันเป็นแถว แต่ละห้องเรียกว่า "คูหา" หลายหลังชั้นล่างเปิดเป็นร้าน ชั้นบนเป็นที่นอนของครอบครัว บางหลังใช้เป็นสำนักงานหรือโกดังล้วน ๆ โดยไม่มีใครอยู่
ขายฝากอาคารพาณิชย์ คือการโอนกรรมสิทธิ์ในคูหานั้นให้ผู้ซื้อฝากในวันจดทะเบียน แลกกับเงินก้อน แล้วมีสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่ตกลง มาตรา 7 กำหนดให้สัญญาต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
คำถามที่สำคัญที่สุดของตึกแถวไม่ใช่เรื่องวงเงิน แต่คือ "สัญญานี้อยู่ใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 หรือไม่" เพราะคำตอบนี้กำหนดว่าคุณมีเกราะคุ้มครองแค่ไหนตลอดสัญญา
อาคารพาณิชย์เข้ากฎหมายขายฝากไหม ดูที่มาตรา 4 และมาตรา 6
มาตรา 4 นิยาม "ที่อยู่อาศัย" ว่าคืออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการงานด้วยหรือไม่ก็ตาม
ประโยคท้ายนี้คือหัวใจของเรื่อง แปลว่าการเปิดร้านที่ชั้นล่างไม่ได้ทำให้อาคารหลุดจากคำว่าที่อยู่อาศัยโดยอัตโนมัติ ถ้ามีคนอยู่อาศัยจริงในอาคารนั้นด้วย
มาตรา 6 วางเงื่อนไขอีกสองข้อ ข้อแรก ผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา ข้อสอง ให้ดูจากข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ไม่ว่าสัญญาหรือสารบัญจดทะเบียนจะระบุไว้อย่างไร และข้อตกลงใดที่ขัดกับ พ.ร.บ. นี้ ไม่ว่าอยู่ในสัญญาหรือทำแยกต่างหาก เป็นโมฆะ
- ข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก คือการใช้งานจริงในวันที่ทำสัญญา ไม่ใช่การใช้งานเมื่อหลายปีก่อน หรือแผนในอนาคต
- สารบัญจดทะเบียน คือหน้าที่บันทึกประวัติการจดทะเบียนในโฉนด คำที่เขียนในนั้นไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
- บุคคลธรรมดา คือคนทั่วไป ถ้าตึกแถวอยู่ในชื่อห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคล จะไม่เข้าเงื่อนไขข้อนี้
มาตรา 9 ยังกำหนดว่าสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขจะขายคืน มีคำมั่นว่าจะขาย หรือมีสัญญาจะขายคืน ถือเป็นสัญญาขายฝากตาม พ.ร.บ. นี้ การเปลี่ยนชื่อเรียกสัญญาจึงไม่ได้เปลี่ยนผลทางกฎหมาย อ่านเพิ่มเรื่อง ข้อสัญญาขายฝากที่เป็นโมฆะ
ขายฝากตึกแถวที่ใช้ทำร้าน ชั้นล่างค้าขาย ชั้นบนอยู่อาศัย
นี่คือรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด เจ้าของเปิดร้านอาหาร ร้านขายของ หรือร้านซ่อมที่ชั้นล่าง และครอบครัวนอนที่ชั้นบน ตามนิยามมาตรา 4 อาคารลักษณะนี้อาจนับเป็นที่อยู่อาศัย ถ้าผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาก็อาจอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562
เมื่ออยู่ใต้ พ.ร.บ. แล้ว คุณได้รับความคุ้มครองชุดเดียวกับการขายฝากบ้าน เช่น
- ส่วนเพิ่มสินไถ่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และเงินที่ชำระไปแล้วนับเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ (มาตรา 8)
- กำหนดเวลาไถ่ไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี และไถ่ก่อนกำหนดได้ (มาตรา 10)
- ครอบครองและใช้สอยทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยต่อได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน แต่ต้องรักษาทรัพย์อย่างวิญญูชน (มาตรา 12)
- ผู้ซื้อฝากห้ามก่อภาระเหนือทรัพย์ที่กระทบสิทธิของผู้ขายฝาก ระหว่างที่ยังไถ่ได้ (มาตรา 16)
- ผู้ซื้อฝากต้องมีหนังสือแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่ล่วงหน้า 3–6 เดือน (มาตรา 17)
ข้อที่ต้องระวังคือมาตรา 12 พูดถึงการใช้ทรัพย์เพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัย ส่วนการใช้ชั้นล่างทำร้านต่อไปครอบคลุมแค่ไหน ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ทางที่ปลอดภัยคือเขียนเรื่องการเปิดร้านต่อให้ชัดในสัญญาที่จดทะเบียน รายละเอียดสิทธิอยู่อาศัยอ่านได้ที่ ขายฝากแล้วยังอยู่บ้านได้ไหม
อาคารที่ใช้ทำธุรกิจอย่างเดียว ต้องตรวจสอบรายกรณี
บางคูหาไม่มีใครอยู่เลย ใช้เป็นสำนักงาน โชว์รูม หรือที่เก็บสินค้า กรณีนี้ไม่ชัดว่าจะเข้านิยามที่อยู่อาศัยหรือไม่ เพราะมาตรา 6 ให้ พ.ร.บ. ใช้กับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และนิยามในมาตรา 4 ผูกกับการใช้เป็นที่อยู่อาศัย
ถ้าสุดท้ายสัญญาไม่อยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 ความคุ้มครองเฉพาะที่ระบุไว้ข้างต้นก็อาจไม่ใช้กับคุณ ทั้งเพดานส่วนเพิ่ม กรอบระยะเวลาไถ่ และหน้าที่ส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ ผลที่ตามมาจริงต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี และควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม
สิ่งที่ไม่ควรทำคือปรับข้อเท็จจริงเพื่อให้เข้าหรือไม่เข้ากฎหมาย เช่น ย้ายทะเบียนเข้าไปชั่วคราวโดยไม่ได้อยู่จริง หรือถูกขอให้ย้ายครอบครัวออกก่อนวันจดทะเบียน ทั้งสองแบบทำให้ข้อเท็จจริงคลุมเครือ และอาจกลายเป็นข้อโต้แย้งในภายหลัง
สิทธิและความเสี่ยง เทียบสองกรณี
| เรื่อง | ร้านชั้นล่าง มีคนอยู่ชั้นบน | ใช้ทำธุรกิจอย่างเดียว ไม่มีคนอยู่ |
|---|---|---|
| เข้า พ.ร.บ. 2562 | อาจเข้า ถ้าผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา (มาตรา 4 และ 6) | ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี |
| เพดานส่วนเพิ่มสินไถ่ | ไม่เกิน 15% ต่อปี (มาตรา 8) | ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี |
| ระยะเวลาไถ่ | 1–10 ปี (มาตรา 10) | ขึ้นกับสัญญา ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย |
| อยู่อาศัยต่อระหว่างสัญญา | ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12) | ควรเขียนการใช้อาคารให้ชัดในสัญญา |
| หนังสือแจ้งกำหนดไถ่ | ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งล่วงหน้า 3–6 เดือน (มาตรา 17) | อย่ารอหนังสือแจ้ง จดวันครบกำหนดเอง |
| ข้อพิพาท | เป็นคดีผู้บริโภค ผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค (มาตรา 11) | ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี |
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่ากรณีที่สองไม่มีความคุ้มครองเลย แต่บอกว่าคุณจะพึ่งกติกาของ พ.ร.บ. 2562 แบบอัตโนมัติไม่ได้ ต้องอ่านสัญญาละเอียดขึ้นอีกชั้น
ปัจจัยที่มีผลต่อวงเงินขายฝากอาคารพาณิชย์
ตึกแถวสองคูหาในจังหวัดเดียวกันอาจได้วงเงินต่างกันมาก เพราะมูลค่าของอาคารพาณิชย์ผูกกับความสามารถในการค้าขายของทำเลนั้น ปัจจัยที่มักถูกนำมาดู มีดังนี้
| ปัจจัย | ทำไมมีผล |
|---|---|
| ทำเล | ถนนสายหลัก ย่านการค้า ตลาด หรือชุมชนหนาแน่น มีคนผ่านมาก ขายหรือปล่อยเช่าต่อได้ง่ายกว่า |
| หน้ากว้าง | คูหาหน้ากว้างหรือหลังมุมใช้งานได้หลากหลาย ป้ายร้านมองเห็นได้ชัดกว่า |
| ที่จอดรถ | หน้าร้านจอดได้หรือมีที่จอดใกล้ ช่วยให้ลูกค้าแวะได้สะดวก |
| ผู้เช่าเดิม | มีผู้เช่าที่จ่ายสม่ำเสมอแสดงว่าทำเลใช้ได้จริง แต่สิทธิของผู้เช่าก็เป็นเงื่อนไขที่ต้องตกลงให้ชัด |
| สภาพอาคาร | อายุอาคาร รอยร้าว หลังคา ระบบไฟ และการต่อเติม มีผลต่อราคาขายเร็ว |
| เอกสารสิทธิ | ประเภทโฉนด ชื่อเจ้าของ และภาระที่จดทะเบียนไว้ เช่น จำนองเดิม |
กรอบวงเงินทั่วไปของชัดเจนอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ และแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหลังประเมินทรัพย์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่การรับประกันว่าทุกคูหาจะได้รับพิจารณาหรือได้เท่ากัน วิธีที่ทีมงานใช้ประเมินอธิบายไว้ใน ประเมินราคาทรัพย์ขายฝาก
ตึกแถวที่มีผู้เช่าอยู่ มาตรา 13 ว่าอย่างไร
ตึกแถวจำนวนมากปล่อยเช่าบางชั้นหรือทั้งคูหา เมื่อจะขายฝาก คำถามที่ตามมาคือผู้เช่าอยู่ต่อได้ไหม และค่าเช่าระหว่างสัญญาเป็นของใคร
มาตรา 13 เป็นบทที่ว่าด้วยการให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่ขายฝาก และค่าตอบแทนจากการนั้นตกเป็นของฝ่ายใด แปลว่ากฎหมายวางกติกาเรื่องนี้ไว้แยกจากสิทธิอยู่อาศัยของตัวผู้ขายฝาก รายละเอียดขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี จึงควรอ่านตัวบทและปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนตกลง
สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเดาข้อกฎหมาย คือเปิดเผยให้ครบและตกลงเป็นหนังสือ
- แจ้งผู้ซื้อฝากตั้งแต่ต้นว่ามีผู้เช่า เช่าชั้นไหน ใช้ทำอะไร และสัญญาเช่าเหลืออีกนานเท่าไร
- เตรียมสำเนาสัญญาเช่าให้ทีมงานและผู้ซื้อฝากดู
- ตกลงเป็นหนังสือว่าค่าเช่าระหว่างสัญญาขายฝากเป็นของฝ่ายใด
- ตกลงว่าถ้าไถ่คืนไม่ทัน จะแจ้งผู้เช่าอย่างไร
- บอกผู้เช่าให้ทราบว่ากรรมสิทธิ์จะเปลี่ยนมือ เพื่อลดความเข้าใจผิดในภายหลัง
ถ้าค่าเช่าตกเป็นของผู้ซื้อฝาก ให้ตรวจกับมาตรา 8 ด้วยว่า เงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้วถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว วิธีหักยอดในสัญญาจริงต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
ตัวอย่างตัวเลข ขายฝากตึกแถว 1 คูหา
สมมติราคาขายฝาก 3,000,000 บาท ส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราเริ่มต้นของชัดเจน (เท่ากับ 9% ต่อปี) ระยะเวลาไถ่ 12 เดือน
| รายการ | วิธีคิด | จำนวน |
|---|---|---|
| ส่วนเพิ่มต่อเดือน | 3,000,000 × 0.75% | 22,500 บาท |
| ส่วนเพิ่มรวม 12 เดือน | 22,500 × 12 | 270,000 บาท |
| เพดานส่วนเพิ่มตามมาตรา 8 | 3,000,000 × 15% × 1 ปี | 450,000 บาท |
| ค่าประเมินและค่าบริการเริ่มต้น | 3,000,000 × 1.5% | 45,000 บาท |
ถ้าชำระส่วนเพิ่มครบทุกเดือน ยอดไถ่ในวันครบกำหนดคือ 3,000,000 บาท ถ้าไม่ได้ชำระเลย ยอดคือ 3,270,000 บาท ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ และยังไม่รวมค่าธรรมเนียมกับภาษีที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งต้องสอบถามยอดจริงเป็นรายกรณี ลองคำนวณด้วยตัวเลขของคุณที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ และอ่านวิธีตรวจอัตราที่ ดอกเบี้ยขายฝาก
ถ้าตึกแถวของคุณมีรายได้จากร้านหรือค่าเช่า ให้เทียบรายได้ต่อเดือนกับส่วนเพิ่มต่อเดือนก่อนตัดสินใจ ถ้ารายได้ไม่พอจ่ายส่วนเพิ่ม ยอดที่ค้างจะไปรวมอยู่ในวันไถ่
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนขายฝากอาคารพาณิชย์
- ตอบให้ได้ก่อนว่าใช้อาคารอย่างไรในวันนี้ ใครอยู่ชั้นไหน ชั้นไหนเปิดร้าน ชั้นไหนปล่อยเช่า เขียนเป็นข้อความสั้น ๆ ไว้
- ตรวจชื่อในโฉนด เป็นชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล มีเจ้าของร่วมกี่คน และมีภาระจดทะเบียนอะไรอยู่
- รวบรวมเอกสาร บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนดตัวจริง และสัญญาเช่าถ้ามี ดูรายการครบที่ เอกสารขายฝาก
- ส่งข้อมูลให้ประเมิน ภาพโฉนดด้านหน้าและด้านหลัง ตำแหน่งทรัพย์ และวงเงินที่ต้องการ ชัดเจนแจ้งผลประเมินเบื้องต้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้ข้อมูลครบ
- อ่านข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร ตรวจวงเงิน อัตรา ระยะเวลาไถ่ ค่าใช้จ่าย เงินรับสุทธิ และข้อความเรื่องการใช้อาคารกับผู้เช่า
- จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน อ่านสัญญาก่อนลงนาม ตรวจว่าราคาขายฝาก สินไถ่ และวันครบกำหนดตรงกับที่ตกลง แล้วรับเงินในวันเดียวกัน
หน้า ขายฝากบ้าน ระบุบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมที่มีโฉนด ส่วนหน้า ขายฝากที่ดิน ระบุว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบางแบบพิจารณาเป็นรายกรณี อาคารพาณิชย์ไม่ได้อยู่ในรายการโดยตรง จึงยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูปว่ารับหรือไม่ ส่งข้อมูลมาให้ทีมงานพิจารณาก่อนได้
ข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวัง
ได้เงินก้อนจากมูลค่าอาคาร โดยไม่ต้องขายขาด ถ้าเข้า พ.ร.บ. 2562 ยังอยู่อาศัยต่อได้ และมีเพดานส่วนเพิ่มกับกรอบเวลาไถ่คุ้มครอง
กรรมสิทธิ์โอนไปตั้งแต่วันจดทะเบียน ถ้าไถ่ไม่ทันจะเสียทั้งที่อยู่และที่ทำกินพร้อมกัน ส่วนอาคารที่ใช้ทำธุรกิจอย่างเดียว ความคุ้มครองไม่ชัดเท่า
- อย่าเชื่อคำพูดว่า "ตึกแถวเป็นอาคารพาณิชย์ ไม่เข้ากฎหมายขายฝาก" ให้ดูข้อเท็จจริงตามมาตรา 6
- ระวังข้อเสนอที่ขอให้เซ็นเอกสารแยกนอกสัญญา เพราะข้อตกลงที่ขัดกับ พ.ร.บ. เป็นโมฆะแม้ทำแยกต่างหาก
- จดวันครบกำหนดไถ่เองเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ใต้ พ.ร.บ. หรือไม่
- ถ้าเงินที่ขายฝากจะใช้หมุนในร้าน ให้วางแผนเงินไถ่แยกจากเงินทุนหมุนเวียน
สรุปสิทธิทั้งหมดตามกฎหมายอยู่ในหน้า สิทธิและการไถ่คืน
คำถามที่พบบ่อย
อาคารพาณิชย์เข้ากฎหมายขายฝากไหม?
ขึ้นกับการใช้งานจริงในวันขายฝาก ถ้ามีคนอยู่อาศัยในอาคาร แม้ชั้นล่างจะเปิดร้าน ก็อาจเข้านิยาม "ที่อยู่อาศัย" ตามมาตรา 4 และอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 ได้ ถ้าผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา ถ้าใช้ทำธุรกิจอย่างเดียวโดยไม่มีคนอยู่ ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
ขายฝากตึกแถวที่ใช้ทำร้าน ยังเปิดร้านต่อได้ไหม?
กรรมสิทธิ์โอนไปตั้งแต่วันจดทะเบียน ถ้าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากครอบครองและใช้สอยทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยต่อได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ ส่วนการเปิดร้านต่อ ควรเขียนให้ชัดในสัญญาที่จดทะเบียน เพราะขอบเขตของการใช้ทำธุรกิจต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
สัญญาเขียนว่าเป็นอาคารเพื่อการค้า แต่เราอยู่อาศัยจริง กฎหมายคุ้มครองไหม?
มาตรา 6 ให้ดูจากข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ไม่ว่าสัญญาหรือสารบัญจดทะเบียนจะระบุไว้อย่างไร ถ้าคุณอยู่อาศัยจริงและเป็นบุคคลธรรมดา ถ้อยคำในสัญญาเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้ตัดสิทธิ แต่ควรเก็บหลักฐานการอยู่อาศัยไว้ให้ครบ
ตึกแถวที่มีผู้เช่าอยู่ ขายฝากได้ไหม?
การมีผู้เช่าไม่ได้ทำให้ขายฝากไม่ได้โดยอัตโนมัติ แต่ควรแจ้งผู้ซื้อฝากให้ทราบตั้งแต่ต้น มาตรา 13 ของ พ.ร.บ. 2562 ว่าด้วยการให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในทรัพย์ และค่าตอบแทนตกเป็นของฝ่ายใด ใครได้ค่าเช่าระหว่างสัญญาและสิทธิของผู้เช่าเป็นอย่างไร ต้องดูเป็นรายกรณี จึงควรตกลงเป็นหนังสือและปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม
ขายฝากตึกแถวได้วงเงินกี่เปอร์เซ็นต์?
กรอบวงเงินทั่วไปของชัดเจนอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ และแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหลังประเมิน แต่อาคารพาณิชย์ไม่ได้อยู่ในรายการทรัพย์ที่หน้าบริการระบุไว้โดยตรง จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณีก่อน ตัวเลขจริงขึ้นกับทำเล หน้ากว้าง ที่จอดรถ สภาพอาคาร และเอกสารสิทธิ ไม่มีวงเงินสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกคูหา
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
