ชัดเจน · ขายฝากบ้านและที่ดิน รับทั่วประเทศ · LINE @311chlem
ชัดเจน / เรื่องควรรู้

ลงทุนขายฝาก ผลตอบแทนเท่าไร คิดอย่างไรไม่ให้เกินกฎหมาย

ลงทุนขายฝากได้ผลตอบแทนจากส่วนเพิ่มสินไถ่ ซึ่งมาตรา 8 จำกัดไว้ไม่เกิน 15% ต่อปี ดูตารางคำนวณหลายอัตรา ผลเมื่อผู้ขายฝากไถ่ก่อนกำหนด และภาระที่ผู้ลงทุนต้องรู้ก่อนเสนอ

รับซื้อฝากได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่?

ผลตอบแทนขายฝากของผู้ซื้อฝากมาจากส่วนเพิ่มสินไถ่ คือส่วนที่สินไถ่สูงกว่าราคาขายฝาก มาตรา 8 กำหนดว่าเมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี หรือประมาณ 1.25% ต่อเดือน อัตราจริงของแต่ละดีลคืออัตราที่ผู้ลงทุนเสนอและผู้ขายฝากยอมรับ ถ้าผู้ขายฝากไถ่ก่อนกำหนด ส่วนเพิ่มต้องลดตามสัดส่วนเวลา และผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ (มาตรา 10) ตัวเลขทั้งหมดเป็นก่อนภาษีและค่าใช้จ่าย และไม่มีใครรับประกันผลตอบแทนได้

ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ผลตอบแทนขายฝากมาจากไหน

ในสัญญาขายฝาก ผู้ลงทุนอยู่ในฐานะ "ผู้ซื้อฝาก" คือจ่ายเงินให้เจ้าของทรัพย์ในวันจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน แล้วถือกรรมสิทธิ์ไว้ระหว่างสัญญา เงินก้อนนี้เรียกว่า "ราคาขายฝาก"

เมื่อเจ้าของทรัพย์ซึ่งเป็น "ผู้ขายฝาก" ต้องการทรัพย์คืน เขาต้องจ่าย "สินไถ่" สินไถ่คือราคาขายฝากบวกส่วนเพิ่มที่ตกลงกันไว้ ส่วนเพิ่มนี้เองคือผลตอบแทนของผู้ลงทุน คนทั่วไปมักเรียกว่าดอกเบี้ย อ่านวิธีคิดสินไถ่ทีละขั้นได้ที่ สินไถ่คืออะไร

ส่วนเพิ่มอาจชำระเป็นงวดรายเดือน แล้วคืนราคาขายฝากทั้งก้อนในวันไถ่ หรือชำระรวมกันในวันไถ่ก็ได้ตามที่ตกลง มาตรา 8 เขียนไว้ว่าเงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว เงินรายเดือนที่คุณรับไปจึงต้องนำมาหักจากยอดไถ่ ไม่ใช่เรียกซ้ำอีกรอบ

สิ่งที่ผู้ลงทุนได้

ส่วนเพิ่มสินไถ่ตามอัตราที่ตกลง และได้ราคาขายฝากคืนเมื่อมีการไถ่

สิ่งที่ผู้ลงทุนไม่ได้

ค่าตอบแทนจากผู้ขายฝากสำหรับการอยู่อาศัยหรือทำกินในทรัพย์ เพราะมาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากครอบครองและใช้สอยได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน ส่วนกรณีให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ มาตรา 13 กำหนดว่าค่าตอบแทนตกเป็นของฝ่ายใด ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี

รับซื้อฝากได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เพดานตามมาตรา 8

สำหรับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา (มาตรา 6) มาตรา 8 ให้สินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี

ถ้าทรัพย์หรือผู้ขายฝากไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 6 เช่น ผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล หรือไม่แน่ใจว่าทรัพย์เข้าข่ายที่อยู่อาศัยตามมาตรา 4 หรือไม่ เพดานและกติกาในบทความนี้อาจใช้ไม่ได้ทั้งหมด ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีและควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย

แปลงเป็นรายเดือนได้ด้วยการหารสิบสอง จะได้ประมาณ 1.25% ต่อเดือน ตัวเลขนี้คือเพดาน ไม่ใช่อัตรามาตรฐาน อัตราของแต่ละดีลต่ำกว่านี้ได้เสมอ ส่วนวิธีแปลงอัตราและกับดักการหักดอกเบี้ยล่วงหน้า อ่านต่อที่ ดอกเบี้ยขายฝากคิดอย่างไร

ถ้ามีข้อตกลงใดที่ทำให้ผลตอบแทนเกินเพดาน ไม่ว่าจะเขียนในสัญญาหรือทำแยกต่างหาก มาตรา 6 ให้ข้อตกลงที่ขัดกับ พ.ร.บ. เป็นโมฆะ ผู้ลงทุนจึงไม่ควรมองเพดานเป็นแค่ตัวเลข แต่เป็นเส้นที่ห้ามข้าม

  • ระยะเวลาไถ่ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 10)
  • สัญญาต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (มาตรา 7)
  • ข้อพิพาทจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภค โดยถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค (มาตรา 11)

นายทุนขายฝากได้กำไรเท่าไหร่ ตารางคำนวณตามอัตรา

สมมติราคาขายฝาก 1,500,000 บาท สัญญา 24 เดือน ผู้ขายฝากชำระส่วนเพิ่มครบทุกงวด และไถ่ตรงวันครบกำหนด ผลตอบแทนแต่ละอัตราเป็นดังนี้

อัตราต่อเดือนคิดเป็นต่อปีส่วนเพิ่มต่อเดือนส่วนเพิ่มต่อปีรวม 24 เดือน
0.5%6%7,500 บาท90,000 บาท180,000 บาท
0.75% (อัตราเริ่มต้นที่ประกาศ)9%11,250 บาท135,000 บาท270,000 บาท
1%12%15,000 บาท180,000 บาท360,000 บาท
1.25% (เพดาน)15%18,750 บาท225,000 บาท450,000 บาท

วิธีคิดมีสามขั้น ขั้นแรก ราคาขายฝากคูณอัตราต่อเดือนหารร้อย ได้ส่วนเพิ่มต่อเดือน ขั้นที่สอง คูณสิบสองได้ต่อปี ขั้นที่สาม คูณจำนวนเดือนที่ถือจริงได้ผลตอบแทนรวม การคิดแบบนี้ไม่ทบต้น เพราะส่วนเพิ่มคิดจากราคาขายฝากเท่าเดิมทุกเดือน

ตัวเลขในตารางเป็นกรณีที่ดีที่สุดคือทุกอย่างเป็นไปตามสัญญา ยังไม่หักภาษีและค่าใช้จ่าย และไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน หัวข้อถัดไปคือสิ่งที่ทำให้ตัวเลขจริงต่างจากตารางนี้

เมื่อผู้ขายฝากไถ่ก่อนกำหนด ผลตอบแทนเปลี่ยนอย่างไร

มาตรา 10 ให้ผู้ขายฝากไถ่ก่อนครบกำหนดได้ และส่วนเพิ่มสินไถ่ต้องลดลงตามสัดส่วนเวลาที่ลดลง สิ่งที่ผู้ซื้อฝากเรียกเพิ่มได้คือค่าเสียโอกาส ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คิดตามเวลาที่เหลือของสัญญา

ใช้ตัวอย่างเดิม ราคาขายฝาก 1,500,000 บาท อัตรา 0.75% ต่อเดือน สัญญา 24 เดือน ถ้าถือครบสัญญาจะได้ส่วนเพิ่มรวม 270,000 บาท ถ้าไถ่ก่อน ตัวเลขจะเป็นดังนี้ โดยคิดค่าเสียโอกาสที่เพดานสูงสุด

ไถ่เมื่อถือได้ส่วนเพิ่มที่ได้ตามเวลาจริงค่าเสียโอกาสสูงสุด (2% ต่อปี)รวมไม่เกิน
6 เดือน67,500 บาท45,000 บาท112,500 บาท
12 เดือน135,000 บาท30,000 บาท165,000 บาท
18 เดือน202,500 บาท15,000 บาท217,500 บาท
ครบ 24 เดือน270,000 บาทไม่มี270,000 บาท

ตารางบอกความจริงสองข้อ ข้อแรก ค่าเสียโอกาสไม่ได้ชดเชยส่วนเพิ่มที่หายไปทั้งหมด เมื่ออัตราในสัญญาสูงกว่าเพดานค่าเสียโอกาส ยิ่งไถ่เร็ว ผลตอบแทนรวมยิ่งน้อย ข้อสอง ค่าเสียโอกาสเป็นเพดาน ผู้ซื้อฝากมีสิทธิเรียกได้ไม่เกินตัวเลขนี้ ไม่ใช่ยอดที่ได้อัตโนมัติทุกกรณี

ข้อดีที่ควรนับด้วยคือ คุณได้ราคาขายฝากคืนเร็วขึ้น และไม่ต้องรับภาระกรณีไม่มีการไถ่ ฝั่งผู้ขายฝากอ่านเรื่องเดียวกันได้ที่ ไถ่ขายฝากก่อนกำหนด

สิ่งที่ทำให้ผลตอบแทนจริงต่างจากตาราง

  • ชำระส่วนเพิ่มล่าช้า รายได้รายเดือนขาดช่วง และส่วนเพิ่มที่ค้างไปรวมอยู่ในยอดไถ่คืน คุณได้เงินช้ากว่าที่วางแผนไว้
  • ไม่ได้ส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ตามมาตรา 17 ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมสำเนาสัญญา ก่อนครบกำหนด 3–6 เดือน ถ้าไม่แจ้ง ผู้ขายฝากไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด แผนเงินของคุณจึงเลื่อนออกไป
  • ไม่มีการไถ่ภายในกำหนด เมื่อพ้นเวลาไถ่ กรรมสิทธิ์เป็นของผู้ลงทุน แต่ผลตอบแทนยังไม่เป็นเงินสด คุณต้องถือหรือขายทรัพย์เอง ซึ่งใช้เวลาและมีความเสี่ยงด้านราคา
  • การรับมอบทรัพย์เมื่อไม่ไถ่ มาตรา 19 ให้ผู้ขายฝากส่งมอบการครอบครองตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานั้น ถ้าเป็นที่ดินเกษตรกรรม ผู้ขายฝากมีเวลาเก็บผลิตผลได้ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่
  • ภาษีและค่าธรรมเนียม ทุกตัวเลขในบทความนี้เป็นก่อนภาษี อัตราและผู้รับภาระขึ้นกับกฎหมายและสัญญา ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน และควรปรึกษาผู้รู้ด้านภาษี

ระหว่างที่ยังไถ่ได้ มาตรา 16 ห้ามผู้ซื้อฝากก่อภาระใดเหนือทรัพย์ที่กระทบสิทธิของผู้ขายฝาก และมาตรา 8 ให้เงินหรือประโยชน์ที่ผู้ซื้อฝากได้รับไปแล้วนับเป็นสินไถ่ที่ชำระแล้ว ประโยชน์อื่นที่ได้จากผู้ขายฝากจึงไม่ได้เพิ่มผลตอบแทนรวมเกินสินไถ่ หน้าที่เรื่องหนังสือแจ้งอ่านเพิ่มได้ที่ หนังสือแจ้งกำหนดไถ่

ต้นทุนและภาระของผู้ลงทุนเมื่อลงทุนผ่านชัดเจน

ตามข้อตกลงผู้ลงทุน ค่าบริการของชัดเจนคิดจากผู้ขายฝาก โดยหักจากเงินที่ได้รับในวันจดทะเบียน ผู้ลงทุนไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายดีล และเงื่อนไขค่าบริการฝั่งผู้ลงทุนแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนร่วมดีลแรก ส่วนค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดินเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและที่ตกลงกันในสัญญา ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี

ภาระที่ผู้ลงทุนต้องรู้คือค่าปรับ เมื่อผู้ขายฝากตกลงข้อเสนอของคุณแล้ว คุณต้องกดยืนยันความพร้อมโอนเงินและนัดหมายในระบบ ถ้าระบบแจ้งเตือนครบ 5 ครั้งแล้วยังไม่ยืนยัน หรือถอนตัวหลังผู้ขายฝากตกลงแล้ว มีค่าปรับ 1,000 บาท และระบบจะเสนอผู้ลงทุนรายถัดไปแทน รายละเอียดครบอยู่ที่ ข้อตกลงผู้ลงทุน

  • ใช้เงินของตนเองที่มีแหล่งที่มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่นำเงินที่ระดมจากผู้อื่นมาลงทุน
  • ทรัพย์ 1 รายการทำสัญญากับผู้ลงทุน 1 ราย ไม่มีการลงทุนร่วมหลายคนในทรัพย์เดียว
  • ราคาประเมินและเกรดเป็นความเห็นจากข้อมูล ณ ขณะนั้น ไม่ใช่การรับประกันมูลค่า ควรตรวจทรัพย์ด้วยตนเองก่อนจดทะเบียน
  • เงินที่ลงไปจะกลับมาเมื่อมีการไถ่ จึงควรเป็นเงินที่ไม่ต้องใช้ระหว่างสัญญา

ด้านความเสี่ยงราคา ตามข้อตกลงผู้ลงทุน วงเงินสูงสุดที่เสนอได้ไม่เกิน 80% ของราคาขายเร็วที่ทีมงานประเมินและผู้อนุมัติรับรอง ส่วนต่างนี้คือกันชนเมื่อต้องขายทรัพย์ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะขายได้ครบเงินที่จ่ายไป วิธีประเมินอ่านได้ที่ ประเมินราคาและวงเงิน

อัตราที่เสนอกับโอกาสได้ดีล

ผลตอบแทนต่อดีลกับโอกาสได้ดีลดึงกันคนละทาง ทรัพย์ที่ตรงความสนใจถูกส่งการ์ดถึงผู้ลงทุนในเวลาเดียวกัน แล้วแต่ละคนเสนอวงเงิน อัตรา และระยะเวลาของตัวเอง ระบบจัดอันดับตามกติกาที่เปิดเผยไว้

  1. อัตราต่ำก่อน ข้อเสนอที่อัตราต่อเดือนต่ำกว่าได้อันดับดีกว่า
  2. ถ้าอัตราเท่ากัน ดูวงเงิน ข้อเสนอที่วงเงินสูงกว่าได้อันดับก่อน
  3. อัตราใกล้กันถือว่าเสมอ ถ้าอัตราต่างกันไม่เกิน 0.1% ต่อเดือน ผู้ลงทุนที่ปิดดีลกับชัดเจนมาแล้วน้อยกว่าได้ลำดับก่อน
  4. ส่งให้ผู้ขายฝากเลือก ระบบส่งข้อเสนอที่ดีที่สุด 3 อันดับ ถ้ามีรายเดียวจะแจ้งผู้ขายฝากตรง ๆ ว่ามีรายเดียว
  5. ผู้ขายฝากขอปรับได้ครั้งเดียว ผู้ขายฝากขอปรับเงื่อนไขได้ 1 ครั้งต่อเรื่อง และผู้ลงทุนเลือกรับคำขอหรือคงข้อเสนอเดิม

ความหมายสำหรับผู้ลงทุนคือ การเสนอใกล้เพดาน 1.25% ต่อเดือนให้ผลตอบแทนต่อดีลสูงสุด แต่มักอยู่ท้ายแถว ส่วนการเสนออัตราต่ำลงเพิ่มโอกาสได้ดีล แต่ได้ผลตอบแทนต่อเดือนน้อยลง ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน ขั้นตอนทั้งหมดอยู่ที่ ลงทุนขายฝากกับชัดเจน

ข้อคิดก่อนเริ่มลงทุนขายฝาก

ก่อนกดเสนอ ลองตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ด้วยตัวเลขของคุณเอง

  • ถ้าผู้ขายฝากไถ่หลังผ่านไปไม่กี่เดือน ผลตอบแทนรวมยังรับได้ไหม
  • ถ้าส่วนเพิ่มล่าช้าหลายงวด คุณมีเงินสำรองใช้ระหว่างนั้นหรือไม่
  • ถ้าไม่มีการไถ่ คุณพร้อมถือทรัพย์หรือขายต่อเองไหม และทรัพย์นี้ขายง่ายแค่ไหน
  • คุณจำวันที่ต้องส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ได้ไหม และส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
  • สัญญาเขียนอัตรา ระยะเวลา และค่าเสียโอกาสไว้ชัดและไม่เกินกฎหมายหรือยัง

ขายฝากให้ผลตอบแทนที่คาดการณ์ได้ในกรณีที่ทุกอย่างเป็นไปตามสัญญา แต่เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ไม่ใช่เงินฝาก และไม่มีใครรับประกันผลตอบแทนหรือเงินต้นได้ ความเสี่ยงแต่ละข้ออ่านต่อที่ ความเสี่ยงของผู้ลงทุน

ข้อกฎหมายในบทความนี้อ้างจากสรุปสาระสำคัญและตัวบท พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 กรณีที่ข้อเท็จจริงซับซ้อน ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม

คำถามที่พบบ่อย

รับซื้อฝากได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ตามกฎหมาย?

มาตรา 8 ให้สินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี เท่ากับประมาณ 1.25% ต่อเดือน ข้อตกลงที่เกินกว่านี้ขัดกับ พ.ร.บ. และมาตรา 6 ให้ข้อตกลงที่ขัดเป็นโมฆะ เพดานนี้ใช้กับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา

นายทุนขายฝากได้กำไรเท่าไหร่ต่อเดือน?

คิดง่าย ๆ คือราคาขายฝากคูณอัตราต่อเดือน เช่น ราคาขายฝาก 1,500,000 บาท ที่ 0.75% ต่อเดือน ได้ส่วนเพิ่มเดือนละ 11,250 บาท ตัวเลขนี้เป็นก่อนภาษีและค่าใช้จ่าย และจะได้จริงก็ต่อเมื่อผู้ขายฝากชำระตามสัญญา

ผู้ขายฝากไถ่ก่อนกำหนด ผู้ลงทุนเสียอะไรบ้าง?

มาตรา 10 ให้ส่วนเพิ่มสินไถ่ลดลงตามสัดส่วนเวลาที่ลดลง ผู้ลงทุนจึงได้ส่วนเพิ่มเฉพาะช่วงที่ถือจริง และเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ ผลตอบแทนรวมจึงน้อยกว่าที่คาดไว้ตอนทำสัญญา

ลงทุนขายฝากกับชัดเจน มีค่าบริการไหม?

ตามข้อตกลงผู้ลงทุน ค่าบริการของชัดเจนคิดจากผู้ขายฝาก ผู้ลงทุนไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายดีล ยกเว้นค่าปรับเมื่อไม่ยืนยันหรือถอนตัวหลังผู้ขายฝากตกลงแล้ว เงื่อนไขค่าบริการฝั่งผู้ลงทุนแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนร่วมดีลแรก ส่วนค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดินเป็นไปตามกฎหมายและที่ตกลงกันในสัญญา ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี

เสนออัตราสูงสุดตามเพดาน จะได้ดีลไหม?

ไม่แน่เสมอไป ระบบเรียงข้อเสนอจากอัตราต่ำก่อน แล้วจึงดูวงเงินที่สูงกว่า และส่งเฉพาะ 3 อันดับแรกให้ผู้ขายฝากเลือก อัตราที่ใกล้เพดานจึงให้ผลตอบแทนต่อดีลสูง แต่มีโอกาสถูกเลือกน้อยลง

คำนวณเงินสุทธิเตรียมข้อมูลประเมิน