ชัดเจน · ขายฝากบ้านและที่ดิน รับทั่วประเทศ · LINE @311chlem
ชัดเจน / เรื่องควรรู้

ปิดหนี้นอกระบบด้วยบ้านหรือที่ดิน ต้องคิดอะไรก่อนตัดสินใจ

มีหนี้นอกระบบหลายก้อนและคิดจะรวมหนี้ด้วยขายฝาก บทความนี้สอนรวบรวมยอดจริง เทียบต้นทุนก่อนและหลัง ดูข้อคุ้มครองตามกฎหมาย และวิธีไม่ให้การรวมหนี้กลายเป็นแค่การเลื่อนปัญหา

ขายฝากปิดหนี้นอกระบบ ควรคิดอะไรก่อน?

ขายฝากช่วยรวมหนี้นอกระบบหลายก้อนให้เหลือภาระเดียวที่มีสัญญาจดทะเบียน ถ้าเป็นที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือเกษตรกรรมและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา (มาตรา 6) ส่วนเพิ่มเมื่อคิดเป็นดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 15% ต่อปี (มาตรา 8) และข้อพิพาทเป็นคดีผู้บริโภค (มาตรา 11) แต่ขายฝากไม่ได้ทำให้หนี้หายไป เพราะเมื่อครบกำหนดต้องมีเงินก้อนมาไถ่คืน ก่อนตัดสินใจจึงต้องรู้ยอดปิดจริงของหนี้ทุกก้อน เทียบเงินที่จ่ายต่อเดือนก่อนและหลัง และมีแผนรายได้สำหรับเงินไถ่ ถ้าเจ้าหนี้นอกระบบเป็นคนเสนอให้ทำขายฝากกับเขาเอง ให้ชะลอและตรวจเอกสารให้ละเอียดก่อน

ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ทำไมหลายคนคิดรวมหนี้นอกระบบให้เหลือก้อนเดียว

หนี้นอกระบบไม่ได้เกิดเพราะคนไม่รู้จักคิด หลายครั้งเกิดในวันที่ต้องใช้เงินด่วน แล้วช่องทางอื่นไม่ทันหรือไม่ผ่าน ก้อนแรกยืมมาจ่ายค่ารักษา ก้อนที่สองยืมมาส่งก้อนแรก ไม่นานก็มีหลายเจ้าหนี้ หลายวันส่ง และหลายยอดที่จำไม่ได้ว่าเหลือเท่าไร

ปัญหาของหนี้แบบนี้มักไม่ใช่แค่ยอดเงิน แต่คือความไม่ชัดเจน ไม่มีสัญญาที่อ่านได้ ไม่รู้ว่าจ่ายไปแล้วลดต้นหรือไม่ และไม่รู้ว่าจะจบวันไหน คนที่มีบ้านหรือที่ดินจึงมักคิดว่า ถ้าใช้ทรัพย์ที่มีรวมหนี้ให้เหลือก้อนเดียว ที่มีต้นทุนชัดและมีกฎหมายคุ้มครอง ชีวิตน่าจะเดินต่อได้

ความคิดนี้มีเหตุผล แต่ต้องคิดให้ครบก่อน เพราะสิ่งที่นำมาวางคือบ้านหรือที่ดินของครอบครัว บทความนี้จะพาคิดทีละขั้น ตั้งแต่รวบรวมยอด เทียบตัวเลข ไปจนถึงเรื่องที่ต้องระวัง

ก่อนรวมหนี้

หลายเจ้าหนี้ หลายวันส่ง ยอดคงเหลือไม่ชัด ไม่มีเอกสารให้ตรวจ

หลังรวมหนี้ที่ทำถูกต้อง

เจ้าหนี้รายเดียวตามสัญญาที่จดทะเบียน รู้ส่วนเพิ่มรายเดือน รู้วันครบกำหนดและยอดไถ่คืน

ขั้นแรกของการปิดหนี้นอกระบบ รวบรวมยอดจริงทุกก้อน

ก่อนคุยกับใครเรื่องวงเงิน ต้องรู้ก่อนว่าจะปิดหนี้ทั้งหมดต้องใช้เงินเท่าไร ตัวเลขที่ต้องการคือ "ยอดปิด" คือเงินที่จ่ายครั้งเดียวแล้วหนี้ก้อนนั้นจบ ไม่ใช่ยอดที่ยืมมาครั้งแรก

  1. เขียนรายชื่อเจ้าหนี้ทุกราย รวมถึงก้อนเล็กที่ยืมเพื่อนหรือญาติ เพราะถ้าลืมไปหนึ่งก้อน แผนทั้งหมดจะไม่พอ
  2. ขอยอดปิดจากเจ้าหนี้แต่ละราย ขอให้ระบุเป็นข้อความหรือเป็นหนังสือ พร้อมวันที่ที่ยอดนี้ใช้ได้
  3. รวบรวมหลักฐานที่จ่ายไปแล้ว สลิปโอน บันทึกการส่งรายวัน หรือสมุดจด ใช้เทียบว่ายอดที่เจ้าหนี้บอกสมเหตุสมผลหรือไม่
  4. จดเงินที่ต้องจ่ายต่อเดือนตอนนี้ รวมทุกก้อน ตัวเลขนี้คือจุดเทียบว่าหลังรวมหนี้แล้วคุณจ่ายน้อยลงจริงหรือไม่
  5. แยกหนี้ที่ต้องปิดทันทีออกจากหนี้ที่ผ่อนต่อได้ บางก้อนอาจไม่จำเป็นต้องรวม ยิ่งวงเงินที่ต้องใช้น้อย ภาระไถ่คืนก็ยิ่งเบา

ถ้าเจ้าหนี้บางรายไม่ยอมบอกยอดปิด หรือบอกตัวเลขที่เปลี่ยนไปทุกครั้ง ให้จดไว้เป็นข้อสังเกต และอย่านำตัวเลขที่ไม่แน่นอนไปวางแผนวงเงิน เพราะคุณอาจได้เงินมาแล้วยังปิดหนี้ไม่ครบ

เทียบต้นทุนก่อนและหลังรวมหนี้นอกระบบ

ลองดูตัวอย่างสมมติ ตัวเลขหนี้ในตารางนี้ตั้งขึ้นเพื่อฝึกคิดเท่านั้น ไม่ใช่อัตราทั่วไปของหนี้นอกระบบ ให้ใส่ตัวเลขของคุณเองแทน

หนี้แต่ละก้อนยอดปิดจ่ายต่อเดือนตอนนี้
ก้อนที่ 1 เงินกู้ส่งรายวัน120,000 บาท18,000 บาท
ก้อนที่ 2 เงินกู้ส่งรายเดือน200,000 บาท20,000 บาท
ก้อนที่ 3 ยืมคนรู้จักไว้ใช้หมุน80,000 บาท5,000 บาท
รวม400,000 บาท43,000 บาท

สมมติใช้ขายฝากรวมหนี้ ราคาขายฝาก 410,000 บาท ใช้ค่าประเมินและค่าบริการที่อัตราเริ่มต้น 1.5% คือ 6,150 บาท เหลือเงินรับ 403,850 บาท พอปิดหนี้ทั้งสามก้อน ส่วนเพิ่มใช้อัตราเริ่มต้นของชัดเจน 0.75% ต่อเดือน (เท่ากับ 9% ต่อปี อยู่ใต้เพดาน 15%) คิดเป็นเดือนละ 3,075 บาท ค่าธรรมเนียมและภาษีวันจดทะเบียนยังไม่รวมในตัวอย่างนี้ ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน

ดูเผิน ๆ เหมือนเงินที่จ่ายต่อเดือนลดจาก 43,000 บาท เหลือ 3,075 บาท แต่ตัวเลขนี้ยังไม่จบ เพราะส่วนเพิ่มรายเดือนไม่ได้ลดราคาขายฝาก เมื่อครบกำหนดคุณยังต้องมีเงิน 410,000 บาทมาไถ่คืน วิธีคิดยอดไถ่ทั้งหมดอ่านได้ที่ สินไถ่คืออะไร และวิธีตรวจว่าส่วนเพิ่มที่เสนอมาสมเหตุสมผลหรือไม่อยู่ที่ ดอกเบี้ยขายฝาก

เงินที่ต้องเก็บไว้ไถ่คืน ส่วนที่มักถูกลืม

มาตรา 10 กำหนดให้ระยะเวลาไถ่ไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ถ้าจะไถ่คืนด้วยเงินที่เก็บเองทุกเดือน ภาระจริงต่อเดือนคือส่วนเพิ่มบวกเงินเก็บ ตารางนี้ต่อจากตัวอย่างเดิม

ระยะเวลาไถ่ส่วนเพิ่มต่อเดือนเงินเก็บไว้ไถ่ต่อเดือนรวมต่อเดือน
12 เดือน3,075 บาท34,167 บาท37,242 บาท
36 เดือน3,075 บาท11,389 บาท14,464 บาท
60 เดือน3,075 บาท6,833 บาท9,908 บาท

จะเห็นว่าถ้าเลือกระยะ 12 เดือน ภาระต่อเดือนลดจากเดิมที่ 43,000 บาท เพียงประมาณ 5,758 บาท ส่วนระยะที่ยาวขึ้นทำให้เดือนละเบาลง แต่ส่วนเพิ่มรวมก็มากขึ้น เช่นระยะ 36 เดือน ส่วนเพิ่มรวม 110,700 บาท ข้อดีอีกข้อคือ ถ้ามีเงินก่อนกำหนด มาตรา 10 ให้ไถ่ก่อนได้ โดยส่วนเพิ่มลดลงตามสัดส่วนเวลา และผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ อ่านต่อที่ ไถ่ก่อนกำหนด

ขายฝากปิดหนี้นอกระบบ ได้ข้อคุ้มครองอะไรบ้าง

ขายฝากที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือเกษตรกรรม ที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา อยู่ใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (มาตรา 6) ข้อที่เกี่ยวกับคนที่กำลังหนีจากหนี้ไม่ชัดเจนมีดังนี้

  • ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (มาตรา 7) ทุกอย่างจึงเกิดที่สำนักงานที่ดิน ไม่ใช่ที่บ้านเจ้าหนี้
  • สินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่คิดเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี และเงินที่ผู้ซื้อฝากรับไปแล้วนับเป็นสินไถ่ที่ชำระแล้ว (มาตรา 8)
  • ข้อตกลงที่ขัดกับ พ.ร.บ. ไม่ว่าเขียนในสัญญาหรือทำแยกต่างหาก เป็นโมฆะ (มาตรา 6) อ่านเพิ่มที่ ข้อสัญญาที่เป็นโมฆะ
  • ผู้ขายฝากครอบครองและใช้บ้านต่อได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12) อ่านที่ อยู่บ้านต่อระหว่างขายฝาก
  • ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ในช่วง 3–6 เดือนก่อนครบกำหนด ถ้าไม่แจ้ง ผู้ขายฝากไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด (มาตรา 17)

คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากตาม พ.ร.บ. 2562 เป็นคดีผู้บริโภค โดยถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค (มาตรา 11) ในคดีผู้บริโภค ผู้ฟ้องไม่ต้องมีทนายความ ยื่นฟ้องด้วยวาจาต่อเจ้าพนักงานคดีได้ และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

ข้อคุ้มครองเหล่านี้ใช้กับขายฝากที่เข้าเงื่อนไขของ พ.ร.บ. เท่านั้น ถ้าทรัพย์ของคุณไม่ใช่ที่อยู่อาศัยหรือที่ดินเกษตรกรรม หรือไม่แน่ใจว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม

หนี้นอกระบบเอาบ้านแลกได้ไหม ระวังเจ้าหนี้ที่เสนอทำขายฝากเอง

บางครั้งคนที่เสนอให้ใช้บ้านรวมหนี้ คือเจ้าหนี้นอกระบบรายเดิม เขาอาจบอกว่าจะรวมหนี้ทุกก้อนให้ แลกกับการเซ็นเอกสารเกี่ยวกับบ้าน ข้อเสนอแบบนี้ต้องดูให้ละเอียดเป็นพิเศษ เพราะคนที่รู้ว่าคุณกำลังลำบากที่สุด คือคนที่มีอำนาจต่อรองเหนือคุณมากที่สุด

มาตรา 9 กำหนดว่าสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขว่าจะขายคืน มีคำมั่นว่าจะขาย หรือมีสัญญาจะขายคืน ถือเป็นสัญญาขายฝากตาม พ.ร.บ. นี้ ถ้าเป็นที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือเกษตรกรรม การเปลี่ยนชื่อเอกสารจึงไม่ได้ทำให้พ้นจากกติกาเรื่องการจดทะเบียนและเพดานส่วนเพิ่ม สัญญาณที่ควรหยุดคิดก่อนมีดังนี้

  • ให้เซ็นเอกสารหรือใบมอบอำนาจนอกสำนักงานที่ดิน หรือให้ฝากโฉนดไว้ก่อน
  • นำหนี้เก่าทั้งหมดมารวมเป็นราคาขายฝาก โดยไม่แจกแจงว่าแต่ละก้อนเหลือเท่าไร
  • ราคาขายฝากในสัญญาไม่ตรงกับเงินที่คุณได้รับจริง
  • กำหนดระยะไถ่สั้นมาก หรือพูดว่าถ้าผิดนัดวันเดียวบ้านเป็นของเขาทันที
  • ขอให้ย้ายออกจากบ้านหรือจ่ายค่าเช่าบ้านของตัวเองระหว่างสัญญา

ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่ง ให้ชะลอก่อน ขอสำเนาเอกสารมาอ่าน และปรึกษาผู้รู้กฎหมาย รายการตรวจที่ละเอียดกว่านี้อยู่ใน สัญญาณอันตรายก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก

ไม่มีรายได้ใหม่ การรวมหนี้แค่เลื่อนปัญหา

ขายฝากไม่ใช่การล้างหนี้ แต่เป็นการเปลี่ยนหนี้หลายก้อนมาเป็นภาระไถ่คืนทรัพย์ ถ้าสาเหตุที่เป็นหนี้ยังอยู่ เช่น รายได้ไม่พอรายจ่ายทุกเดือน อีกไม่นานอาจกลับไปยืมนอกระบบใหม่ คราวนี้พร้อมกับบ้านที่ติดขายฝากอยู่ด้วย

ก่อนตัดสินใจ ลองตอบคำถามเหล่านี้กับคนในบ้านให้ตรงไปตรงมา

  • หลังปิดหนี้แล้ว รายได้ต่อเดือนพอจ่ายส่วนเพิ่มและเงินเก็บไว้ไถ่หรือไม่
  • เงินไถ่คืนจะมาจากไหน เช่น รายได้ธุรกิจ เงินที่รอรับ หรือการขายทรัพย์อื่น
  • ถ้ารายได้สะดุดสักสองสามเดือน มีเงินสำรองหรือไม่
  • ถ้าไถ่ไม่ทันจริง ๆ ยอมรับได้หรือไม่ว่าอาจเสียบ้านหรือที่ดินแปลงนี้
  • มีใครในครอบครัวที่ควรรู้และร่วมตัดสินใจ เช่น คู่สมรสหรือเจ้าของร่วม ส่วนใครต้องลงนามยินยอมบ้าง ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ยังไม่ชัด ไม่ได้แปลว่าห้ามทำ แต่แปลว่าควรวางแผนรายได้ก่อน หรือลดวงเงินให้ปิดเฉพาะหนี้ที่เร่งด่วนที่สุด

ทางเลือกอื่นที่ควรเทียบ และสิ่งที่ชัดเจนช่วยได้

ขายฝากเป็นทางเลือกหนึ่ง ไม่ใช่ทางเดียว ถ้ายังไม่มีแผนเงินไถ่ การปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร โครงการอย่างคลินิกแก้หนี้ หรือการขายทรัพย์ตามปกติ อาจเหมาะกว่า เพราะไม่ต้องแบกความเสี่ยงเรื่องไถ่ไม่ทัน

ถ้าเทียบแล้วขายฝากเหมาะกับคุณ ขั้นตอนที่ เคลียร์ภาระหนี้กับชัดเจน เริ่มจากรวบรวมยอดหนี้ทั้งหมด ตรวจสถานะทรัพย์ว่าติดจำนอง ถูกอายัด หรือมีคดีหรือไม่ แล้วแจ้งวงเงิน ส่วนเพิ่ม เงินที่ใช้ปิดหนี้แต่ละก้อน และยอดไถ่คืนเป็นลายลักษณ์อักษร วงเงินโดยทั่วไปอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ จากนั้นชำระเจ้าหนี้ในวันจดทะเบียนและเก็บหลักฐานปิดหนี้ทุกราย ชัดเจนไม่รับรองว่าเจ้าหนี้จะลดยอดให้ และไม่แนะนำให้หยุดชำระหนี้เพื่อรอเจรจา

ลองใส่ตัวเลขของคุณเองเพื่อดูเงินรับสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายได้ที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ ตัวเลขที่แม่นกว่าการคาดเดา คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

คำถามที่พบบ่อย

หนี้นอกระบบเอาบ้านแลกได้ไหม?

ถ้าหมายถึงยกบ้านให้เจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ หรือเซ็นเอกสารโอนบ้านนอกสำนักงานที่ดิน ไม่ควรทำโดยยังไม่ได้ปรึกษาผู้รู้กฎหมาย ถ้าเลือกใช้ขายฝาก สัญญาต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (มาตรา 7) แล้วนำเงินที่ได้ไปปิดหนี้เอง พร้อมขอหลักฐานการปิดหนี้จากเจ้าหนี้ทุกราย

รวมหนี้นอกระบบด้วยขายฝาก คุ้มไหม?

ขึ้นกับตัวเลขของคุณเอง ให้เทียบเงินที่จ่ายต่อเดือนตอนนี้ กับส่วนเพิ่มรายเดือนบวกเงินที่ต้องเก็บไว้ไถ่คืน ถ้ารวมกันแล้วยังจ่ายไหว และมีรายได้ที่แน่นอนพอ การรวมหนี้จะช่วยได้ ถ้าจ่ายไม่ไหวตั้งแต่เดือนแรก การรวมหนี้แค่เลื่อนปัญหาออกไป

เจ้าหนี้นอกระบบขอให้ทำขายฝากกับเขาเอง ทำได้ไหม?

ควรชะลอไว้ก่อน ตามมาตรา 9 สัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขว่าจะขายคืนถือเป็นขายฝาก ถ้าเป็นที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือเกษตรกรรมและคุณเป็นบุคคลธรรมดา (มาตรา 6) ก็ต้องอยู่ใต้กติกาเดียวกัน ทั้งการจดทะเบียนและเพดานส่วนเพิ่ม ถ้าเขาให้เซ็นเอกสารนอกสำนักงานที่ดิน ไม่ยอมเขียนยอดจริงลงสัญญา หรือนำหนี้เก่ามารวมเป็นราคาขายฝากโดยไม่แจกแจง ให้ปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อน

ขายฝากแล้วยังอยู่บ้านต่อได้ไหม?

ถ้าเป็นบ้านที่อยู่อาศัยและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา มาตรา 12 ให้ครอบครองและใช้สอยเพื่ออยู่อาศัยต่อได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน แต่ต้องดูแลรักษาทรัพย์ตามสมควร ข้อตกลงที่ขัดกับเรื่องนี้เป็นโมฆะตามมาตรา 6

ปิดหนี้นอกระบบแล้วเจ้าหนี้ยังทวงอีก ทำอย่างไร?

สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือหลักฐานการปิดหนี้ที่ทำไว้ตั้งแต่วันจ่าย เช่น สลิปโอนเข้าบัญชีชื่อเจ้าหนี้ และหนังสือยืนยันว่าหนี้ก้อนนั้นจบแล้วพร้อมลายมือชื่อ ถ้ายังถูกทวงหรือข่มขู่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายหรือหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่

คำนวณเงินสุทธิเตรียมข้อมูลประเมิน