ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ขายฝากเป็นทุนธุรกิจ คืออะไร
เจ้าของกิจการหลายคนมีบ้านหรือที่ดินปลอดภาระ แต่ขาดเงินสดซื้อสินค้าหรือขยายร้าน การขายฝากเปลี่ยนมูลค่าทรัพย์เป็นเงินก้อนโดยไม่ต้องขายขาด
ขายฝาก คือการโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดินให้ผู้ซื้อฝากในวันจดทะเบียน แลกกับเงินก้อน แล้วมีสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่ตกลง มาตรา 7 กำหนดให้สัญญาต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
จุดที่ต่างจากการกู้ทั่วไปคือ กรรมสิทธิ์โอนไปแล้วตั้งแต่วันแรก ถ้าไม่ไถ่ภายในเวลาที่สัญญาและกฎหมายกำหนด มาตรา 19 ให้ผู้ขายฝากส่งมอบการครอบครองทรัพย์ให้ผู้ซื้อฝาก ดังนั้นคำถามแรกไม่ใช่ "ได้วงเงินเท่าไร" แต่คือ "ธุรกิจจะสร้างเงินพอทั้งจ่ายระหว่างทางและไถ่คืนหรือไม่"
ศัพท์สองคำที่ใช้ตลอดบทความ คือ ส่วนเพิ่มสินไถ่ หมายถึงเงินที่จ่ายเกินจากราคาขายฝาก คล้ายดอกเบี้ย และ สินไถ่ หมายถึงยอดรวมที่ต้องชำระเพื่อไถ่ทรัพย์คืน มาตรา 8 กำหนดว่าสินไถ่สูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่คำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี
คำนวณก่อน ส่วนเพิ่มต่อเดือนเทียบกับกำไรที่ธุรกิจทำได้จริง
ตัวเลขที่ต้องใช้ไม่ใช่ยอดขาย แต่คือ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น เพราะมีเงินทุนก้อนนี้ หมายถึงรายได้ที่เพิ่ม หักต้นทุนสินค้า ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มตามแล้ว เหลือเป็นเงินจริงเท่าไรต่อเดือน
สมมติขายฝาก 1,000,000 บาท ส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราเริ่มต้นของชัดเจน (เท่ากับ 9% ต่อปี) ชำระรายเดือน ระยะเวลาไถ่ 24 เดือน
| รายการ | วิธีคิด | จำนวน |
|---|---|---|
| ส่วนเพิ่มต่อเดือน | 1,000,000 × 0.75% | 7,500 บาท |
| ส่วนเพิ่มรวม 24 เดือน | 7,500 × 24 | 180,000 บาท |
| เงินที่ต้องเก็บไว้ไถ่ต่อเดือน | 1,000,000 ÷ 24 | 41,667 บาท |
| ธุรกิจต้องสร้างเงินต่อเดือน | ส่วนเพิ่ม + เงินเก็บไถ่ | 49,167 บาท |
| เพดานส่วนเพิ่มต่อเดือนตามมาตรา 8 | 1,000,000 × 15% ÷ 12 | 12,500 บาท |
| ค่าประเมินและค่าบริการเริ่มต้น | 1,000,000 × 1.5% | 15,000 บาท |
แถวที่สำคัญที่สุดคือ "ธุรกิจต้องสร้างเงินต่อเดือน" ถ้าจะให้กิจการไถ่ทรัพย์คืนด้วยกำไรของตัวเองทั้งหมด ตัวอย่างนี้ต้องได้กำไรเพิ่มราว 49,167 บาททุกเดือน ไม่ใช่แค่ 7,500 บาท
เงินที่ได้รับจริงจะน้อยกว่า 1,000,000 บาท เพราะมีค่าประเมินและค่าบริการ รวมถึงค่าธรรมเนียมกับภาษีที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งต้องสอบถามยอดจริงเป็นรายกรณี ลองใส่ตัวเลขของคุณที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ และอ่านวิธีตรวจอัตราที่ ดอกเบี้ยขายฝาก
เงินทุนหมุนเวียนจากบ้านต้องจ่ายสองก้อน ส่วนเพิ่มและเงินไถ่
ส่วนเพิ่มเป็นแค่ค่าใช้เงิน ตัวเงินต้นยังต้องหามาคืนในวันไถ่ ตารางนี้เทียบกำไรที่เพิ่มขึ้นสามระดับกับตัวอย่างเดิม
| กำไรสุทธิที่เพิ่มต่อเดือน | เหลือหลังจ่ายส่วนเพิ่ม | ถ้าเก็บส่วนที่เหลือครบ 24 เดือน |
|---|---|---|
| 5,000 บาท | ติดลบ 2,500 บาท | ติดลบเดือนละ 2,500 บาท ต้องควักเงินอื่นมาจ่ายส่วนเพิ่ม |
| 20,000 บาท | 12,500 บาท | เก็บได้ 300,000 บาท ยังขาด 700,000 บาท |
| 60,000 บาท | 52,500 บาท | เก็บได้ 1,260,000 บาท พอไถ่ |
ระดับแรก เงินทุนไม่ได้ทำกำไรพอแม้แต่ค่าส่วนเพิ่ม ธุรกิจเล็กลงทุกเดือน ระดับที่สอง จ่ายส่วนเพิ่มได้สบาย แต่วันครบกำหนดยังขาดเงินไถ่ก้อนใหญ่ ระดับที่สาม กำไรพอทั้งสองก้อน นี่คือภาพที่ควรเห็นในแผนก่อนลงนาม
ถ้าอยู่ระดับที่สอง ต้องตอบให้ได้ว่าเงินไถ่ส่วนที่ขาดมาจากไหน เช่น เงินค้างรับที่มีกำหนดชัด หรือทรัพย์อื่นที่ตั้งใจขาย แค่ "ยอดขายน่าจะดีขึ้น" ยังไม่พอ
- แยกบัญชีเงินเก็บไถ่ออกจากบัญชีหมุนเวียนของร้าน เพื่อไม่ให้ถูกหยิบไปใช้ระหว่างทาง
- ทำตารางรายเดือนว่าเก็บได้จริงเท่าไร เทียบกับแผนทุกสิ้นเดือน
- เผื่อเดือนที่ขายไม่ได้ เช่น ช่วงหน้าฝนหรือช่วงลูกค้าจ่ายช้า
- จดวันครบกำหนดไถ่เองในปฏิทิน อย่ารอหนังสือแจ้งเพียงอย่างเดียว
มาตรา 17 กำหนดให้ผู้ซื้อฝากส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่ล่วงหน้า 3–6 เดือน ถ้าไม่แจ้ง ผู้ขายฝากไถ่ได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนด แต่การวางแผนเงินของธุรกิจควรเริ่มตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่วันที่ได้รับจดหมาย
บ้านที่อยู่อาศัยและใช้เปิดร้านด้วย มาตรา 4 ยังนับเป็นที่อยู่อาศัย
หลายกิจการใช้บ้านตัวเองเป็นร้าน เช่น ชั้นล่างขายของ ชั้นบนนอน คำถามคือบ้านแบบนี้ยังได้รับความคุ้มครองไหม
มาตรา 4 นิยาม "ที่อยู่อาศัย" ว่าคืออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการงานด้วยหรือไม่ก็ตาม การเปิดร้านในบ้านจึงไม่ได้ทำให้บ้านหลุดจากนิยามโดยอัตโนมัติ ตราบที่บ้านนั้นยังใช้เป็นที่อยู่อาศัย
มาตรา 6 เพิ่มเงื่อนไขว่าผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา และการดูว่าเป็นการขายฝากที่อยู่อาศัยหรือไม่ ให้ดูจากข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ไม่ว่าสัญญาหรือสารบัญจดทะเบียนจะระบุไว้อย่างไร ถ้าเข้าเงื่อนไข มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากครอบครองและใช้สอยทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยต่อได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน แต่ต้องรักษาทรัพย์อย่างวิญญูชน
มาตรา 12 เขียนถึงการใช้สอยเพื่อเกษตรกรรมหรือเพื่ออยู่อาศัย ส่วนการใช้พื้นที่ทำร้านต่อระหว่างสัญญาครอบคลุมแค่ไหน กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ชัด ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ควรตกลงเรื่องนี้เป็นหนังสือให้ชัดก่อนลงนาม และถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย รายละเอียดกรณีตึกแถวอ่านได้ที่ ขายฝากอาคารพาณิชย์และตึกแถว และเรื่องสิทธิอยู่อาศัยที่ ขายฝากแล้วยังอยู่บ้านได้ไหม
ถ้าทรัพย์อยู่ในชื่อบริษัท ไม่อยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562
มาตรา 6 ให้ พ.ร.บ. 2562 ใช้บังคับเฉพาะเมื่อผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา ถ้าผู้ขายฝากคือนิติบุคคล ความคุ้มครองเฉพาะของ พ.ร.บ. นี้จึงไม่ใช้โดยอัตโนมัติ ได้แก่
- เพดานส่วนเพิ่มสินไถ่ไม่เกิน 15% ต่อปี (มาตรา 8)
- กรอบระยะเวลาไถ่ 1–10 ปี และสิทธิไถ่ก่อนกำหนด (มาตรา 10)
- สิทธิครอบครองและใช้สอยทรัพย์ต่อโดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12)
- หน้าที่ของผู้ซื้อฝากในการส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ (มาตรา 17)
- การถือว่าข้อพิพาทเป็นคดีผู้บริโภค (มาตรา 11)
กติกาที่ใช้แทนและผลในแต่ละกรณีต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี และควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม อ่านเพิ่มที่ ขายฝากที่ดินในชื่อบริษัท
วางแผนไถ่ก่อนกำหนด เมื่อธุรกิจมีเงินตามมาตรา 10
ข้อดีของสัญญาที่อยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 สำหรับเจ้าของกิจการ คือถ้าธุรกิจมีเงินเร็วกว่าที่คิด ไม่ต้องรอครบสัญญา มาตรา 10 ให้ไถ่ก่อนกำหนดได้ โดยส่วนเพิ่มสินไถ่ลดลงตามสัดส่วนของเวลาที่ลดลง
สิ่งที่ผู้ซื้อฝากเรียกเพิ่มได้คือค่าเสียโอกาส ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คิดตามระยะเวลาที่เหลือก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่ สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์)
ต่อจากตัวอย่างเดิม สมมติธุรกิจมีเงินพอในเดือนที่ 12 ของสัญญา 24 เดือน และชำระส่วนเพิ่มครบทุกเดือนมาตลอด เวลาที่เหลือคือ 12 เดือน ส่วนเพิ่มที่ไม่ต้องจ่ายต่อคือ 7,500 × 12 = 90,000 บาท ส่วนค่าเสียโอกาสมีเพดาน 1,000,000 × 2% × 1 ปี = 20,000 บาท ยอดนี้เป็นเพดาน ไม่ใช่ยอดที่ต้องถูกเรียกเสมอ ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่าง ยอดจริงต้องคิดตามสินไถ่และวิธีชำระที่เขียนในสัญญาของคุณ วิธีคิดละเอียดอยู่ที่ ไถ่ขายฝากก่อนกำหนด
อีกเรื่องที่ควรรู้ ถ้าอยากได้สัญญาสั้นมากเพราะมั่นใจว่าเงินจะเข้าเร็ว มาตรา 10 ห้ามกำหนดเวลาไถ่ต่ำกว่า 1 ปีหรือเกิน 10 ปี แต่ถ้าสัญญาเขียนไว้เช่นนั้น สัญญาไม่ได้เป็นโมฆะ กฎหมายให้ถือว่ากำหนดเวลาไถ่เป็น 1 ปีหรือ 10 ปี แล้วแต่กรณี วิธีที่ตรงกว่าคือตั้งระยะเวลาที่เผื่อธุรกิจสะดุดไว้ แล้วไถ่ก่อนเมื่อพร้อม
เมื่อพร้อมไถ่ มาตรา 18 ให้ไถ่ได้โดยชำระสินไถ่ หรือวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียน และกรรมสิทธิ์กลับคืนทันทีที่ชำระหรือวางทรัพย์ ข้อควรรู้คือ ถ้าไถ่ก่อนกำหนดด้วยวิธีวางทรัพย์ มาตรา 10 ให้วางตามจำนวนสินไถ่ที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยไม่ตัดสิทธิคู่กรณีที่จะเรียกร้องส่วนลดหรือค่าเสียโอกาสคืนภายหลัง สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์)
สัญญาณว่าไม่ควรเอาโฉนดไปหาทุนทำธุรกิจ
- ใช้ปิดขาดทุนซ้ำ ร้านขาดทุนต่อเนื่องหลายเดือน และเงินก้อนนี้จะใช้แค่อุดรูเดิม โดยไม่ได้แก้สาเหตุ
- ไม่มีแผนรายได้ ตอบไม่ได้ว่าเงินทุนจะสร้างกำไรเพิ่มจากตรงไหน เท่าไร และเมื่อไร
- กำไรไม่พอแม้แต่ส่วนเพิ่ม ตัวเลขในตารางข้างบนติดลบตั้งแต่เดือนแรก
- ไม่มีแหล่งเงินไถ่ คิดเรื่องส่วนเพิ่มรายเดือนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าเงินต้นก้อนใหญ่จะมาจากไหน
- เป็นทรัพย์เดียวที่ครอบครัวมี ถ้าไถ่ไม่ทัน จะเสียทั้งที่อยู่และที่ทำกินพร้อมกัน
- ถูกเร่งให้เซ็น หรือถูกขอให้ลงนามเอกสารแยกนอกสัญญา ถ้าข้อตกลงนั้นขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. มาตรา 6 ให้เป็นโมฆะแม้ทำแยกต่างหาก แต่การถูกขอแบบนี้ก็เป็นสัญญาณให้หยุดอ่านให้ละเอียด
ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่ง ควรหยุดทบทวน บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนรายบุคคล สัญญาณเตือนจากฝั่งผู้ซื้อฝากอ่านได้ที่ สัญญาณอันตรายก่อนขายฝาก
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนขายฝากหาเงินลงทุน
- เขียนแผนใช้เงิน เงินทุนจะใช้ซื้ออะไร จ่ายอะไร และจะกลับมาเป็นกำไรเมื่อไร เขียนเป็นตัวเลขรายเดือน
- คำนวณสองก้อน ส่วนเพิ่มรายเดือน และเงินที่ต้องเก็บไว้ไถ่ แล้วเทียบกับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจริง
- ตรวจชื่อในโฉนดและการใช้ทรัพย์ เป็นชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ใช้เป็นที่อยู่อาศัยไหม ใช้ทำร้านส่วนไหน
- เลือกระยะเวลาไถ่ให้เผื่อ ตั้งระยะที่ธุรกิจเก็บเงินไถ่ได้จริง แม้มีเดือนที่ขายไม่ดี และวางแผนไถ่ก่อนกำหนดถ้าเงินเข้าเร็ว
- ส่งข้อมูลให้ประเมิน ภาพโฉนดด้านหน้าและด้านหลัง ตำแหน่งทรัพย์ และวงเงินที่ต้องการ ชัดเจนแจ้งผลประเมินเบื้องต้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้ข้อมูลครบ กรอบวงเงินทั่วไปอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้
- อ่านข้อเสนอก่อนจดทะเบียน ตรวจวงเงิน อัตรา ระยะเวลาไถ่ ค่าใช้จ่าย เงินรับสุทธิ และข้อความเรื่องการใช้พื้นที่ทำร้าน ก่อนลงนามที่สำนักงานที่ดิน
วงเงินที่ได้ขึ้นกับทรัพย์และผลประเมิน ไม่มีการรับประกันว่าทุกคำขอจะได้รับพิจารณาหรือได้วงเงินเท่ากัน ดูรายละเอียดบริการที่ ขายฝากบ้าน
ข้อดี ข้อเสีย ของการใช้ทรัพย์เป็นทุนธุรกิจ
ได้เงินก้อนจากมูลค่าทรัพย์โดยไม่ต้องขายขาด ถ้าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 มีเพดานส่วนเพิ่ม กรอบเวลาไถ่ ไถ่ก่อนกำหนดได้ และยังอยู่อาศัยต่อได้
กรรมสิทธิ์โอนไปตั้งแต่วันจดทะเบียน ส่วนเพิ่มเป็นต้นทุนประจำทุกเดือนไม่ว่าร้านขายได้หรือไม่ และถ้าไม่ไถ่ภายในเวลาที่สัญญาและกฎหมายกำหนด ต้องส่งมอบทรัพย์ให้ผู้ซื้อฝาก
สรุปสั้นที่สุด ขายฝากเป็นทุนธุรกิจเหมาะเมื่อเงินทุนสร้างกำไรที่ตรวจสอบได้ พอทั้งจ่ายส่วนเพิ่มและเก็บเงินไถ่ หรือมีแหล่งเงินไถ่อื่นที่ชัดเจน สรุปสิทธิทั้งหมดตามกฎหมายอยู่ที่ สิทธิและการไถ่คืน ตัวบทอ้างอิง พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ตัวบทตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก (กระทรวงพาณิชย์)
คำถามที่พบบ่อย
ขายฝากเป็นทุนธุรกิจ ต้องมีกำไรเดือนละเท่าไรถึงจะพอ?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ให้คิดจากสัญญาของคุณเอง ตัวอย่างในบทความนี้ ขายฝาก 1,000,000 บาท ส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน ระยะ 24 เดือน ต้องจ่ายส่วนเพิ่มเดือนละ 7,500 บาท และถ้าจะเก็บเงินไถ่จากกำไรอย่างเดียว ต้องเก็บอีกประมาณเดือนละ 41,667 บาท รวมราว 49,167 บาทต่อเดือน ถ้ากำไรที่เพิ่มขึ้นจริงต่ำกว่านี้ ต้องมีแหล่งเงินไถ่อื่นที่ชัดเจน
เงินทุนหมุนเวียนจากบ้าน ถ้าบ้านใช้เปิดร้านด้วย ยังได้รับความคุ้มครองไหม?
อาจได้ มาตรา 4 นิยามที่อยู่อาศัยว่ารวมอาคารที่ใช้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการงานด้วยหรือไม่ก็ตาม ถ้าตามข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ทรัพย์นั้นใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาอาจอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 มาตรา 6 ให้ดูข้อเท็จจริงนั้น ไม่ว่าสัญญาหรือสารบัญจดทะเบียนจะระบุไว้อย่างไร ส่วนกรณีของคุณเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
เอาโฉนดที่ดินในชื่อบริษัทไปขายฝากหาทุน ได้รับความคุ้มครองเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน มาตรา 6 กำหนดให้ พ.ร.บ. 2562 ใช้เมื่อผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา ถ้าผู้ขายฝากคือบริษัทหรือนิติบุคคลอื่น เพดานส่วนเพิ่ม กรอบระยะเวลาไถ่ และหน้าที่ส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ตาม พ.ร.บ. นี้จึงไม่ใช้โดยอัตโนมัติ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม
ธุรกิจมีเงินเร็วกว่าที่คิด ไถ่ก่อนกำหนดได้ไหม?
ได้ ถ้าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 มาตรา 10 ให้ไถ่ก่อนกำหนดได้ ส่วนเพิ่มสินไถ่ลดลงตามสัดส่วนของเวลาที่ลดลง และผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก คิดตามเวลาที่เหลือ ตัวเลขนี้เป็นเพดาน ไม่ใช่ยอดที่ต้องถูกเรียกเสมอ
ขายฝากหาเงินลงทุนเพื่อปิดหนี้ที่ร้านขาดทุนอยู่ ควรทำไหม?
เป็นสัญญาณที่ต้องหยุดคิดให้หนัก เงินก้อนจากขายฝากช่วยให้ผ่านเดือนนี้ได้ แต่ถ้าสาเหตุที่ขาดทุนยังอยู่ เดือนต่อไปคุณจะมีภาระส่วนเพิ่มเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรายการ และมีบ้านหรือที่ดินเป็นเดิมพัน ก่อนตัดสินใจควรหาสาเหตุของการขาดทุนและแผนรายได้ที่ตรวจสอบได้ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนรายบุคคล
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
