ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ขายฝากในนามบริษัทคืออะไร
ที่ดินหรือบ้านบางแปลงไม่ได้อยู่ในชื่อคน แต่อยู่ในชื่อบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลอื่น "นิติบุคคล" คือผู้ที่กฎหมายให้มีสิทธิและหน้าที่ได้เหมือนคน แม้ไม่ใช่คนจริง ๆ จึงเป็นเจ้าของที่ดินได้ ทำสัญญาได้ และโอนกรรมสิทธิ์ได้
ขายฝากในนามบริษัท คือให้นิติบุคคลที่เป็นเจ้าของโฉนดโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากในวันจดทะเบียน แลกกับเงินก้อน และมีสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่ตกลง
รูปแบบนี้ทำได้ แต่มีจุดที่คนจำนวนมากไม่รู้ คือกฎหมายที่คุ้มครองผู้ขายฝากโดยตรงอย่าง พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ไม่ได้ใช้กับกรณีนี้ บทความนี้อธิบายว่าเพราะอะไร และอะไรหายไปบ้าง
นิติบุคคลขายฝากได้ไหม ดูมาตรา 4 และมาตรา 6
มาตรา 6 วางขอบเขตไว้ว่า พ.ร.บ. นี้ใช้กับการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา โดยดูจากข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ไม่ว่าสัญญาหรือสารบัญจดทะเบียนจะระบุไว้อย่างไร สรุปของกระทรวงพาณิชย์เขียนไว้ตรงกันว่าผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์)
มาตรา 4 นิยาม "ที่อยู่อาศัย" ว่ารวมอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือที่ดินที่ใช้อยู่อาศัยหรือเกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะใช้ประกอบกิจการงานด้วยหรือไม่ นิยามนี้ว่าด้วยลักษณะทรัพย์ ไม่ได้เปลี่ยนเงื่อนไขเรื่องตัวผู้ขายฝากในมาตรา 6
- เงื่อนไขเรื่องทรัพย์ ต้องเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ตามข้อเท็จจริงในวันขายฝาก
- เงื่อนไขเรื่องคน ผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา คือคนทั่วไป ไม่ใช่นิติบุคคล
- ต้องครบทั้งสองข้อ ถ้าข้อใดข้อหนึ่งไม่เข้า สัญญาก็ไม่อยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562
สรุปของกระทรวงพาณิชย์ยังระบุว่า ผู้ขายฝากต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ เพราะกรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่ทำสัญญา สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) ตามปกติเจ้าของกรรมสิทธิ์คือผู้ที่มีชื่อในโฉนด ถ้าโฉนดเป็นชื่อบริษัท กรรมการที่ไปลงนามแทนจึงไม่ได้ทำให้ผู้ขายฝากกลายเป็นบุคคลธรรมดา
ขายฝากบริษัทได้รับความคุ้มครองไหม สิ่งที่หายไปทั้งชุด
เมื่อสัญญาไม่อยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 กติกาคุ้มครองผู้ขายฝากของกฎหมายนี้จะไม่ติดมากับสัญญาเอง รายการสำคัญมีดังนี้
- เพดานส่วนเพิ่มสินไถ่ ที่คำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี และการนับเงินที่ผู้ซื้อฝากรับไปแล้วเป็นสินไถ่ที่ชำระแล้ว (มาตรา 8)
- กรอบเวลาไถ่ 1–10 ปี ถ้าสัญญาเขียนสั้นหรือยาวกว่านั้น ไม่ได้เป็นโมฆะ แต่ให้ถือว่าเป็น 1 ปีหรือ 10 ปี รวมถึงสิทธิไถ่ก่อนกำหนดโดยลดส่วนเพิ่มตามสัดส่วน และค่าเสียโอกาสไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ (มาตรา 10)
- การถือว่าข้อพิพาทเป็นคดีผู้บริโภคและผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค (มาตรา 11)
- สิทธิครอบครองและใช้ทรัพย์ต่อโดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12) และกติกาเรื่องผู้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยที่มีอยู่เดิม (มาตรา 13)
- ข้อห้ามไม่ให้ผู้ซื้อฝากก่อภาระเหนือทรัพย์ระหว่างที่ยังไถ่ได้ (มาตรา 16)
- หน้าที่ส่งหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ล่วงหน้า 3–6 เดือน และสิทธิไถ่ต่ออีก 6 เดือนถ้าไม่แจ้ง (มาตรา 17)
- ข้อที่ว่าข้อตกลงที่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. นี้เป็นโมฆะ ไม่ว่าอยู่ในสัญญาหรือทำแยกต่างหาก (มาตรา 6)
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก สำหรับบุคคลธรรมดา ข้อตกลงที่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. 2562 เป็นโมฆะ อ่านตัวอย่างได้ที่ ข้อสัญญาขายฝากที่เป็นโมฆะ แต่เมื่อผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล เกราะชั้นนี้ของ พ.ร.บ. 2562 ไม่มี
บทความนี้ไม่ได้บอกว่ากฎหมายอื่นกำหนดอะไรแทน เพราะต้องวิเคราะห์ตามสัญญาและข้อเท็จจริงแต่ละราย ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม
ตารางเทียบ บุคคลธรรมดาได้ตามกฎหมาย กับสิ่งที่นิติบุคคลต้องต่อรองเอง
| เรื่อง | ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา (เข้า พ.ร.บ.) | ผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล |
|---|---|---|
| ส่วนเพิ่มสินไถ่ | ไม่เกิน 15% ต่อปี (มาตรา 8) | ตกลงอัตราเป็นตัวเลขชัดในสัญญา |
| ระยะเวลาไถ่ | 1–10 ปี เขียนนอกกรอบให้ถือตามกรอบ (มาตรา 10) | ไม่มีกติกามาตรา 10 ช่วยปรับ ขอให้ยาวพอกับแผนเงิน และให้ผู้รู้กฎหมายตรวจ |
| ไถ่ก่อนกำหนด | ทำได้ ค่าเสียโอกาสไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก (มาตรา 10) | เขียนสิทธิไถ่ก่อนกำหนดและวิธีคิดยอดไว้ในสัญญา |
| ใช้ทรัพย์ระหว่างสัญญา | ครอบครองใช้สอยต่อโดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน (มาตรา 12) | เขียนให้ชัดว่ากิจการยังใช้อาคารต่อได้หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายไหม |
| ผู้เช่าเดิม | สิทธิผู้ใช้ประโยชน์เดิมเพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยไม่ถูกกระทบ (มาตรา 13) | ตกลงเป็นหนังสือว่าค่าเช่าเป็นของใคร |
| ภาระเหนือทรัพย์ | ผู้ซื้อฝากห้ามก่อภาระที่กระทบสิทธิ (มาตรา 16) | ขอข้อห้ามจำนองหรือก่อภาระไว้ในสัญญา |
| แจ้งกำหนดไถ่ | ต้องแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้า 3–6 เดือน (มาตรา 17) | อย่ารอหนังสือ จดวันครบกำหนดเอง |
| ข้อตกลงที่ขัดกฎหมายนี้ | ข้อที่ขัดหรือแย้ง พ.ร.บ. เป็นโมฆะ (มาตรา 6) | ให้ผู้รู้กฎหมายอ่านทุกข้อก่อนลงนาม |
| ข้อพิพาท | เป็นคดีผู้บริโภค (มาตรา 11) | ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย |
คอลัมน์ขวาไม่ได้แปลว่าเขียนแล้วจะมีผลเท่าตัวบท แต่เป็นรายการที่ควรคุยให้ชัดก่อนเซ็น
ตัวอย่างตัวเลข เมื่อไม่มีเพดานของ พ.ร.บ. ช่วย
สมมติบริษัทขายฝากอาคารในราคา 5,000,000 บาท ระยะเวลาไถ่ 1 ปี แล้วเทียบสามกรณี คืออัตราเริ่มต้นที่ชัดเจนประกาศ 0.75% ต่อเดือน (ไม่ใช่ข้อเสนอสำหรับนิติบุคคล) เพดานตามมาตรา 8 ที่ใช้กับบุคคลธรรมดา และอัตราสมมติ 2% ต่อเดือนที่อาจถูกเขียนไว้ในสัญญา
| กรณี | อัตราต่อปี | ส่วนเพิ่มรวม 1 ปี |
|---|---|---|
| อัตราเริ่มต้นที่ชัดเจนประกาศ 0.75% ต่อเดือน | 9% | 450,000 บาท |
| เพดานมาตรา 8 สำหรับบุคคลธรรมดา | 15% | 750,000 บาท |
| อัตราสมมติ 2% ต่อเดือน | 24% | 1,200,000 บาท |
กรณีที่สามสูงกว่าเพดานของมาตรา 8 อยู่ 450,000 บาท ถ้าผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาและสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 ส่วนเพิ่มต้องอยู่ในเพดาน แต่เมื่อผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล เพดานนี้ของ พ.ร.บ. ไม่ได้ใช้ ตัวเลขที่เซ็นไปจะมีผลอย่างไรต้องปรึกษาผู้รู้กฎหมาย
เรื่องระยะเวลาก็เช่นกัน ถ้าสัญญาเขียนเวลาไถ่ไว้ 6 เดือน บุคคลธรรมดาที่อยู่ใต้ พ.ร.บ. จะถือว่าเวลาไถ่เป็น 1 ปีตามมาตรา 10 แต่นิติบุคคลพึ่งกติกานี้ของ พ.ร.บ. ไม่ได้ จึงควรวางแผนเงินให้ทันภายในเวลาที่เขียนไว้ และส่วนเพิ่มสำหรับ 6 เดือนในตัวอย่างนี้คือ 600,000 บาท ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดิน อ่านวิธีตรวจอัตราที่ ดอกเบี้ยขายฝาก
ที่ดินชื่อเรา แต่บริษัทใช้ทำธุรกิจ นับอย่างไร
อีกกรณีที่พบบ่อยคือ โฉนดเป็นชื่อเจ้าของกิจการเอง แต่ให้บริษัทของตัวเองใช้เป็นร้าน สำนักงาน หรือโกดัง กรณีนี้ผู้ขายฝากคือคนที่มีชื่อในโฉนด ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา เงื่อนไขเรื่องคนจึงเข้า
คำถามที่เหลือคือเงื่อนไขเรื่องทรัพย์ มาตรา 6 ให้ดูข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ถ้าอาคารมีคนอยู่อาศัยด้วย นิยามในมาตรา 4 อาจนับเป็นที่อยู่อาศัยแม้ใช้ทำกิจการด้วย แต่ถ้าใช้ทำธุรกิจอย่างเดียวโดยไม่มีคนอยู่ ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี รายละเอียดกรณีร้านชั้นล่างอยู่ชั้นบนอ่านได้ที่ ขายฝากอาคารพาณิชย์และตึกแถว
ถ้าบริษัทเช่าหรือใช้ที่ดินของคุณอยู่ในวันขายฝาก ให้แจ้งผู้ซื้อฝากตั้งแต่ต้น และตกลงเป็นหนังสือว่ากิจการใช้ต่อได้หรือไม่ ค่าเช่าเป็นของฝ่ายใด มาตรา 13 พูดถึงผู้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัย ถ้าบริษัทใช้ทำธุรกิจอย่างเดียว จะเข้ามาตรานี้หรือไม่ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
คิดจะโอนจากบริษัทมาเป็นชื่อบุคคลก่อน ต้องคิดอะไรบ้าง
เมื่อรู้ว่านิติบุคคลไม่ได้รับความคุ้มครองของ พ.ร.บ. 2562 บางคนจึงคิดจะโอนทรัพย์จากบริษัทมาเป็นชื่อตัวเองก่อน บทความนี้ไม่แนะนำวิธีเลี่ยงใด ๆ และขอให้คิดเรื่องต่อไปนี้ให้ครบก่อน
- การโอนเป็นการเปลี่ยนเจ้าของจริง ทรัพย์จะออกจากบริษัทมาเป็นของคุณ ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อบนกระดาษเพื่อทำสัญญาเดียว
- มีค่าธรรมเนียมและภาษีของการโอนอีกรอบ ยอดจริงต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดินและผู้รู้ภาษี
- บริษัทอาจต้องผ่านการอนุมัติภายใน และอาจกระทบผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ หรือบัญชีของกิจการ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย
- โอนแล้วยังต้องผ่านเงื่อนไขเรื่องทรัพย์ มาตรา 6 ดูข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก โดยทั่วไปโรงงานหรือโกดังที่ไม่มีคนอยู่ไม่ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยเพราะเปลี่ยนชื่อเจ้าของ
- ถ้าจัดข้อเท็จจริงขึ้นมาเพื่อให้ดูเหมือนเข้ากฎหมาย เช่น ย้ายทะเบียนเข้าไปโดยไม่ได้อยู่จริง อาจกลายเป็นข้อโต้แย้งในภายหลัง
ถ้ามีคนเสนอให้โอนไปไว้ในชื่อคนอื่นชั่วคราว ให้หยุดก่อน สัญญาณแบบนี้รวบรวมไว้ที่ สัญญาณอันตรายก่อนขายฝาก ทางที่ปลอดภัยคือให้ผู้รู้กฎหมายและภาษีดูภาพรวมของกิจการก่อนตัดสินใจ
ขั้นตอนเตรียมตัวถ้าจะขายฝากในนามนิติบุคคล
- ตรวจชื่อในโฉนด ดูว่าเจ้าของเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา และมีภาระอะไรอยู่ เช่น จำนองเดิม
- ตรวจว่าใครมีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล ดูจากเอกสารของนิติบุคคลนั้น เอกสารที่สำนักงานที่ดินขอต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน
- ทำแผนเงินไถ่ของกิจการ ระบุแหล่งเงินไถ่ แล้วเลือกระยะเวลาให้ยาวพอกับแผน
- ขอข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องเห็นราคาขายฝาก อัตราส่วนเพิ่ม ระยะเวลาไถ่ วิธีไถ่ก่อนกำหนด การใช้อาคารระหว่างสัญญา และค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- ให้ผู้รู้กฎหมายอ่านร่างสัญญา ไล่ตามตารางด้านบนทีละข้อ ข้อไหนไม่มีในสัญญา อย่าสมมติว่ามีสิทธินั้น ให้ถามผู้รู้กฎหมายว่าผลเป็นอย่างไร
- จดทะเบียนและเก็บหลักฐาน อ่านสัญญาก่อนลงนาม ตรวจยอดและวันครบกำหนด เก็บสำเนาสัญญาและหลักฐานการชำระทุกงวด แล้วจดวันครบกำหนดไว้หลายที่
เรื่องหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ บุคคลธรรมดามีมาตรา 17 ช่วย แต่นิติบุคคลไม่ควรหวังพึ่ง อ่านว่าหนังสือนี้ทำงานอย่างไรที่ หนังสือแจ้งกำหนดไถ่ เพื่อเข้าใจว่ากำลังขาดอะไรไป
ชัดเจนรับพิจารณาทรัพย์ชื่อนิติบุคคลไหม
หน้าบริการของชัดเจนเขียนคุณสมบัติผู้ขายฝากบ้านไว้สำหรับบุคคล คือสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีชื่อเป็นเจ้าของในโฉนด ส่วนหน้า ขายฝากที่ดิน ระบุว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เช่น โกดังหรือโรงงาน พิจารณาเป็นรายกรณี
ทรัพย์ที่ผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคลไม่ได้เขียนไว้ในหน้าบริการโดยตรง จึงยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูปว่ารับหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีหลังดูเอกสาร ถ้าส่งข้อมูลมา ทีมงานจะแจ้งว่ารับพิจารณาได้หรือไม่ และถ้ารับ ข้อเสนอจะเป็นลายลักษณ์อักษร แสดงวงเงิน ดอกเบี้ย ระยะเวลาไถ่คืน ค่าใช้จ่าย และเงินรับสุทธิก่อนลงนาม
ได้เงินทุนจากทรัพย์ของกิจการโดยไม่ต้องขายขาด และไม่ต้องโอนทรัพย์ออกจากบริษัทก่อน
ไม่มีชุดคุ้มครองของ พ.ร.บ. 2562 ถ้อยคำในสัญญามีน้ำหนักมาก ถ้าไถ่ไม่ทัน กิจการอาจเสียทั้งที่ดินและที่ทำงานพร้อมกัน
ไม่ว่าจะทำกับใคร อย่าลงนามจนกว่าจะเข้าใจทุกข้อ สรุปสิทธิของผู้ขายฝากที่เป็นบุคคลธรรมดาอยู่ที่ สิทธิและการไถ่คืน ใช้เป็นรายการตั้งต้นว่าควรขออะไรไว้ในสัญญาของบริษัท
คำถามที่พบบ่อย
นิติบุคคลขายฝากได้ไหม?
โดยทั่วไปได้ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียน และนิติบุคคลอื่นที่เป็นเจ้าของที่ดิน โอนกรรมสิทธิ์โดยขายฝากได้ แต่ พ.ร.บ. 2562 มาตรา 6 กำหนดให้ผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาที่นิติบุคคลเป็นผู้ขายฝากจึงอยู่นอกกฎหมายฉบับนี้ ส่วนเอกสารและผู้มีอำนาจลงนามที่สำนักงานที่ดินขอ ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน
ขายฝากบริษัทได้รับความคุ้มครองไหม?
ไม่ได้รับชุดคุ้มครองของ พ.ร.บ. 2562 เพราะมาตรา 6 ใช้เฉพาะผู้ขายฝากที่เป็นบุคคลธรรมดา ชุดนี้รวมถึงเพดานส่วนเพิ่ม 15% ต่อปี (มาตรา 8) กรอบเวลาไถ่ 1–10 ปี (มาตรา 10) สิทธิอยู่ต่อ (มาตรา 12) และหนังสือแจ้งกำหนดไถ่ (มาตรา 17) บทความนี้ไม่ได้บอกว่าไม่มีกฎหมายใดใช้เลย แต่บอกว่าต้องพึ่งถ้อยคำในสัญญาเป็นหลัก และควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย
กรรมการบริษัทลงชื่อขายฝากเอง จะนับเป็นบุคคลธรรมดาไหม?
สรุปของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าผู้ขายฝากต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ถ้าโฉนดเป็นชื่อบริษัท โดยทั่วไปผู้ขายฝากก็คือบริษัท แม้คนที่ไปลงนามจะเป็นกรรมการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาก็ตาม การลงนามแทนจึงไม่ได้เปลี่ยนตัวผู้ขายฝาก ถ้ามีข้อเท็จจริงพิเศษ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย รวมถึงเรื่องอำนาจลงนามก่อนนัดจดทะเบียน
ถ้าผู้ซื้อฝากเป็นบริษัท แต่ผู้ขายฝากเป็นคนธรรมดา ยังได้รับความคุ้มครองไหม?
เงื่อนไขในมาตรา 6 ผูกกับตัวผู้ขายฝาก ไม่ได้ผูกกับผู้ซื้อฝาก ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดา และทรัพย์ใช้เพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยจริงในขณะขายฝาก สัญญาอาจอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 ได้ แม้ผู้ซื้อฝากจะเป็นนิติบุคคล ดูสิทธิครบที่ สิทธิและการไถ่คืน
ควรโอนที่ดินจากบริษัทมาเป็นชื่อตัวเองก่อนขายฝากไหม?
บทความนี้ไม่แนะนำให้ทำเพื่อเลี่ยงหรือให้เข้ากฎหมาย การโอนเป็นการเปลี่ยนเจ้าของจริง มีค่าธรรมเนียม ภาษี และผลต่อบริษัทที่ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี และแม้โอนแล้ว มาตรา 6 ก็ยังดูข้อเท็จจริงในขณะขายฝากว่าทรัพย์ใช้เพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยหรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายและภาษีก่อนตัดสินใจ
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
