ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ขายฝากที่นา ที่สวน และที่ดินเกษตรคืออะไร
ขายฝากที่ดินเกษตร คือการโอนกรรมสิทธิ์ที่นา ที่สวน หรือที่ไร่ ให้ผู้ซื้อฝากในวันจดทะเบียน แลกกับเงินก้อน แล้วมีสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่ตกลง เจ้าของที่ดินบางคนพิจารณาวิธีนี้เมื่อต้องการเงินลงทุนรอบการผลิต หรือปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่า
คำถามที่พบบ่อยคือ ถ้ากรรมสิทธิ์โอนไปแล้ว จะยังทำนา กรีดยาง หรือเก็บผลไม้ได้ไหม คำตอบขึ้นกับว่าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 หรือไม่
ถ้าอยู่ใต้กฎหมายนี้ คุณมีสิทธิชุดหนึ่งที่คู่สัญญาตกลงยกเว้นกันเองไม่ได้ ถ้าไม่อยู่ ความต่างสำคัญคือเรื่องผลผลิต สรุปของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าในสัญญาขายฝากทั่วไป ดอกผลของทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นของผู้ซื้อฝาก สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) จึงต้องดูข้อตกลงในสัญญาเป็นรายกรณี ที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ทำอะไร อ่านที่ ขายฝากที่ดินเปล่า
ขายฝากที่ดินเกษตรเข้า พ.ร.บ. 2562 เมื่อไร
มาตรา 4 กำหนดว่า "เกษตรกรรม" ในกฎหมายนี้ หมายถึงเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถ้าไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำบนที่ดินนับเป็นเกษตรกรรมหรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย
มาตรา 6 วางเงื่อนไขไว้สองข้อ
- ผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา คือคนทั่วไป ถ้าที่ดินอยู่ในชื่อนิติบุคคล จะไม่เข้าเงื่อนไขข้อนี้
- ดูข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ถ้าตามข้อเท็จจริงในวันที่ขายฝาก ที่ดินเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ใช้ พ.ร.บ. นี้ ไม่ว่าสัญญาจะเขียนไว้อย่างไร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะระบุในสารบัญจดทะเบียนไว้หรือไม่ แปลงของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
สัญญาต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ และพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระบุในสารบัญให้ชัดว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย (มาตรา 7) สรุปของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่ากรมที่ดินมีแบบพิมพ์ ท.ด.1 สำหรับที่ดินที่มีโฉนด กับ ท.ด.1 ก สำหรับที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์)
เมื่อเข้ากฎหมายนี้แล้ว สินไถ่กำหนดสูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่คำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี นับแต่วันขายฝากถึงวันครบกำหนดไถ่ (มาตรา 8) และกำหนดเวลาไถ่ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ถ้าสัญญาเขียนสั้นหรือยาวกว่านั้น สัญญาไม่ได้เป็นโมฆะ แต่ให้ถือว่ากำหนดเวลาไถ่เป็น 1 ปีหรือ 10 ปี แล้วแต่กรณี (มาตรา 10)
ขายฝากแล้วยังทำนาได้ไหม มาตรา 12 ว่าอย่างไร
ภายใต้บังคับมาตรา 13 มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และถือเอาประโยชน์จากที่ดินที่ขายฝาก เพื่อประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัย จนถึงวันที่หมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก และให้ดอกผลที่งอกจากทรัพย์ระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝาก
- ทำนา ทำสวน ทำไร่ในแปลงเดิมต่อได้ตามปกติ ไม่ต้องย้ายออกในวันจดทะเบียน
- ดอกผลที่งอกระหว่างสัญญาเป็นของคุณ ผลผลิตที่คุณทำเอง เช่น ข้าวที่เกี่ยว น้ำยางที่กรีด ผลไม้ที่เก็บ จึงไม่ต้องแบ่งให้ผู้ซื้อฝาก
- คุณไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการทำกินเอง หน้าสำหรับผู้ลงทุนของชัดเจนก็เขียนไว้ว่าผู้ลงทุนคิดค่าเช่าระหว่างสัญญาไม่ได้
- ข้อตกลงที่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. เป็นโมฆะ แม้ทำเป็นเอกสารต่างหาก (มาตรา 6) ถ้าเจอข้อความให้ส่งผลผลิตหรือจ่ายค่าเช่าที่ดินที่คุณทำกินเอง ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม
สิทธินี้มาพร้อมหน้าที่ มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากรักษาและสงวนที่ดินอย่างวิญญูชนพึงรักษาทรัพย์ของตนเอง ในทางปฏิบัติอาจหมายถึง ไม่ขุดหน้าดินไปขาย และไม่ปล่อยให้คันนาหรือร่องสวนพังโดยไม่ซ่อม
ถ้ามีบ้านอยู่บนแปลงด้วย อ่าน ขายฝากแล้วยังอยู่บ้านได้ไหม
ที่นาที่มีคนเช่าทำอยู่แล้ว มาตรา 13 คุ้มครองอย่างไร
บางแปลงเจ้าของให้ญาติหรือเพื่อนบ้านเช่าทำ มาตรา 13 แยกกติกาไว้สามเรื่อง
- ผู้เช่าที่มีอยู่แล้วในวันขายฝาก ถ้าในวันขายฝากคุณให้คนอื่นใช้ที่ดินทำเกษตรอยู่แล้ว การขายฝากไม่กระทบสิทธิของผู้ใช้ประโยชน์นั้น และค่าตอบแทนที่ได้เป็นของผู้ขายฝาก
- ให้คนใหม่เช่าระหว่างสัญญา คู่สัญญาตกลงเป็นหนังสือได้ว่าค่าตอบแทนเป็นของฝ่ายใด ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ ผู้ขายฝากให้คนอื่นใช้ได้ แต่ค่าตอบแทนเป็นของผู้ซื้อฝาก
- เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่โดยไม่มีการไถ่ สิทธิของผู้ใช้ประโยชน์สิ้นสุดลง ทั้งผู้ขายฝากและผู้ใช้ประโยชน์ต้องรักษาที่ดินอย่างวิญญูชน
ถ้าค่าเช่าจากผู้เช่ารายใหม่ตกเป็นของผู้ซื้อฝาก มาตรา 8 ให้ถือว่าค่าตอบแทนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว ควรเก็บหลักฐานยอดที่ผู้ซื้อฝากได้รับไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้ตรวจยอดสินไถ่ในวันไถ่
ถ้าไถ่ไม่ทัน ผลิตผลในแปลงเป็นอย่างไร มาตรา 19
ถ้าไม่ไถ่ภายในเวลาที่กำหนดในสัญญาหรือที่ พ.ร.บ. กำหนด มาตรา 19 ให้ผู้ขายฝากส่งมอบการครอบครองที่ดินตามสภาพในเวลานั้น แต่สำหรับผลิตผลเกษตร กฎหมายให้เวลาเข้าไปเก็บหรือขนย้ายอีกไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่
| เรื่อง | สิ่งที่มาตรา 19 กำหนด |
|---|---|
| การส่งมอบที่ดิน | ส่งมอบการครอบครองตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานั้น และผู้ซื้อฝากได้รับไปโดยปลอดสิทธิที่ผู้ขายฝากก่อขึ้นระหว่างสัญญา |
| ผลิตผลที่ไม่ใช่ส่วนควบของที่ดิน | เป็นของผู้ขายฝาก หรือผู้มีสิทธิใช้ที่ดินนั้นทำเกษตร |
| เวลาเข้าไปเก็บหรือขนย้าย | ภายในเวลาอันสมควร ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่ |
| การแจ้ง | ผู้ซื้อฝากมีหนังสือแจ้งเจ้าของผลิตผลให้ทราบ |
| ถ้าไม่เก็บภายในเวลานั้น | ถือว่าสละสิทธิในผลิตผลนั้น |
ต้องเข้าใจให้ตรงสองข้อ ข้อแรก ช่วงเวลานี้ไม่ได้ยืดเวลาไถ่ที่ดิน สิทธิไถ่หมดแล้ว สิ่งที่เหลือคือสิทธิในผลิตผลเท่านั้น ข้อสอง กฎหมายพูดถึงเฉพาะผลิตผลที่ไม่ได้เป็นส่วนควบของที่ดิน และสรุปของกระทรวงพาณิชย์อธิบายหลักของสัญญาขายฝากทั่วไปว่า แม้สัญญาขายฝากที่ดินไม่ได้ระบุถึงส่วนควบ ก็ถือว่าขายฝากส่วนควบไปด้วย สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) ส่วนต้นไม้ยืนต้นในสวนของคุณนับเป็นส่วนควบหรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย
ขายฝากสวนยาง สวนผลไม้ และนาข้าว วางแผนไถ่ให้ตรงรอบเก็บเกี่ยว
รายได้ของที่ดินเกษตรไม่ได้เข้าทุกเดือนเท่ากัน นาข้าวมีเงินเข้าเป็นก้อนหลังเกี่ยว สวนผลไม้มีฤดูของมัน สวนยางมีช่วงที่ต้นพักกรีด ถ้าวันครบกำหนดตกช่วงที่ยังไม่มีเงินเข้า ความเสี่ยงจะสูงขึ้น
- เขียนปฏิทินรายได้ของแปลง จดว่าเดือนไหนลงทุน เดือนไหนเก็บผลผลิต และเดือนไหนเงินเข้าจริง
- ตั้งวันครบกำหนดหลังฤดูเก็บเกี่ยว เลือกระยะเวลาไถ่ให้วันครบกำหนดตกหลังช่วงขายผลผลิต ไม่ใช่ก่อน
- แยกเงินไถ่ออกจากเงินลงทุนรอบถัดไป หลังขายผลผลิตแต่ละรอบ กันเงินไถ่ไว้ก่อนนำไปซื้อปุ๋ยหรือจ่ายค่าแรง
- เผื่อปีที่ผลผลิตเสียหาย ฝนแล้ง น้ำท่วม หรือราคาตกเกิดขึ้นได้ ควรมีแหล่งเงินสำรองอีกทาง
- รู้ทางเลือกตามกฎหมาย ไถ่ก่อนกำหนดได้ โดยส่วนเพิ่มลดลงตามสัดส่วนของเวลาที่ลดลง แต่ผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ ส่วนการขยายเวลาไถ่ เมื่อรวมกับเวลาเดิมต้องไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 10)
- จดวันครบกำหนดเอง ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือล่วงหน้า 3–6 เดือน ถ้าไม่แจ้งหรือไม่แนบสำเนาสัญญา ไถ่ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่ ตามจำนวนสินไถ่ในสัญญา (มาตรา 17) แต่อย่ารอหนังสือ ดู หนังสือแจ้งกำหนดไถ่
มาตรา 18 ให้ไถ่ได้ทั้งโดยชำระสินไถ่ให้ผู้ซื้อฝาก หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากนั้น ถ้าไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของคุณ วางทรัพย์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่ หรือนับแต่วันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี อ่านขั้นตอนที่ วางทรัพย์ไถ่ขายฝาก
ปัจจัยที่มีผลต่อวงเงินขายฝากที่ดินเกษตร
ที่ดินเกษตรไม่ได้ดูแค่จำนวนไร่ แต่ดูว่าถ้าต้องขายแปลงนี้ จะขายได้เร็วแค่ไหนและได้ราคาเท่าไร
| ปัจจัย | ทำไมมีผล |
|---|---|
| ทางเข้าออก | ติดถนนสาธารณะ หรือมีทางที่จดทะเบียนไว้ถูกต้อง แปลงที่ต้องผ่านที่คนอื่นขายต่อยากกว่า |
| แหล่งน้ำและความเสี่ยง | มีน้ำใช้ทำเกษตรได้จริง ส่วนแปลงที่น้ำท่วมซ้ำหรือดินเค็มขายต่อได้ยากกว่า |
| ขนาดและรูปแปลง | แปลงรูปร่างใช้งานง่ายและขนาดพอเหมาะกับตลาดในพื้นที่ หาผู้ซื้อต่อได้ง่ายกว่า |
| เอกสารสิทธิ | โฉนดที่ดินเป็นเอกสารสิทธิที่สมบูรณ์ที่สุด น.ส.3 ก. วงเงินพิจารณาเป็นรายกรณี เอกสารบางแบบไม่อยู่ในขอบเขตที่รับพิจารณา |
| ภาระในโฉนด | จำนอง ขายฝากเดิม หรือภาระจำยอมที่จดทะเบียนไว้ ต้องแจ้งตั้งแต่ต้นและวางแผนจัดการก่อนจดทะเบียน |
กรอบวงเงินทั่วไปของชัดเจนอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ ทีมงานตรวจเอกสาร ลงพื้นที่ดูสภาพแปลงกับทางเข้าออกจริง แล้วแจ้งข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้รับประกันว่าทุกแปลงจะผ่านหรือได้เท่ากัน รายละเอียดเอกสารแต่ละแบบอ่านได้ที่ เอกสารสิทธิที่ดินแต่ละแบบ และขอบเขตที่รับพิจารณาอยู่ที่ ขายฝากที่ดิน
ตัวอย่างตัวเลข ขายฝากที่นา 1 แปลง
สมมติราคาขายฝาก 1,200,000 บาท ส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราเริ่มต้นของชัดเจน (เท่ากับ 9% ต่อปี) ระยะเวลาไถ่ 24 เดือน
| รายการ | วิธีคิด | จำนวน |
|---|---|---|
| ส่วนเพิ่มต่อเดือน | 1,200,000 × 0.75% | 9,000 บาท |
| ส่วนเพิ่มรวม 24 เดือน | 9,000 × 24 | 216,000 บาท |
| เพดานส่วนเพิ่มตามมาตรา 8 | 1,200,000 × 15% × 2 ปี | 360,000 บาท |
| ค่าประเมินและค่าบริการเริ่มต้น | 1,200,000 × 1.5% | 18,000 บาท |
ถ้าชำระส่วนเพิ่มครบทุกเดือน ยอดไถ่ในวันครบกำหนดคือ 1,200,000 บาท ถ้าไม่ได้ชำระเลย ยอดคือ 1,416,000 บาท ลองเทียบส่วนเพิ่มทั้งปีกับรายได้สุทธิของแปลงในปีปกติ ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ และยังไม่รวมค่าธรรมเนียมกับภาษีที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งต้องตรวจสอบกับสำนักงานที่ดิน คำนวณด้วยตัวเลขของคุณที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ
ข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวัง
ได้เงินก้อนจากมูลค่าที่ดิน โดยยังทำกินในแปลงเดิมและได้ผลผลิตต่อ ถ้าเข้า พ.ร.บ. 2562 มีเพดานส่วนเพิ่ม กรอบเวลาไถ่ หนังสือแจ้ง และเวลาเก็บผลผลิตคุ้มครอง
กรรมสิทธิ์โอนไปตั้งแต่วันจดทะเบียน ถ้าไถ่ไม่ทันจะเสียที่ทำกิน และรายได้เกษตรไม่แน่นอน วางแผนเงินไถ่ยากกว่ารายได้ประจำ
- ระวังการถูกขอให้หยุดทำเกษตรหรือย้ายออกก่อนวันจดทะเบียน เพราะทำให้ข้อเท็จจริงในขณะขายฝากคลุมเครือ
- ตรวจชื่อในโฉนดและภาระที่จดทะเบียนไว้ก่อน ถ้าชื่อเจ้าของยังไม่ถูกต้อง วิธีแก้ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน
- อ่านสัญญาที่สำนักงานที่ดินก่อนลงนาม ตรวจราคาขายฝาก จำนวนสินไถ่ และวันครบกำหนดไถ่ ซึ่งมาตรา 8 กำหนดให้ต้องมีในสัญญา ให้ตรงกับที่ตกลง
สรุปสิทธิทั้งหมดตามกฎหมายอยู่ในหน้า สิทธิและการไถ่คืน ถ้าสถานการณ์ของคุณซับซ้อน เช่น ที่ดินมีเจ้าของร่วมหลายคน ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ขายฝากแล้วยังทำนาได้ไหม?
ได้ ถ้าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 คือที่ดินใช้ทำเกษตรจริงในวันขายฝากและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา มาตรา 12 ให้ครอบครอง ใช้สอย และได้ดอกผลจากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก ข้อตกลงที่ขัดกับเรื่องนี้เป็นโมฆะ (มาตรา 6) แต่คุณต้องดูแลที่ดินอย่างวิญญูชน
ขายฝากสวนยางแล้ว น้ำยางที่กรีดได้ระหว่างสัญญาเป็นของใคร?
ถ้าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 มาตรา 12 ให้ดอกผลที่งอกจากทรัพย์สินที่ขายฝากระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝาก และให้คุณใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมโดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก ถ้าคุณกรีดเอง ผลผลิตระหว่างสัญญาจึงเป็นของคุณตามหลักนี้ แต่ถ้าให้คนอื่นเช่ากรีดหลังวันขายฝาก ค่าเช่าอาจเป็นของผู้ซื้อฝากตามมาตรา 13 กรณีที่ไม่แน่ใจว่าสัญญาเข้ากฎหมายนี้หรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย
ที่นาที่ให้คนอื่นเช่าทำอยู่ ขายฝากได้ไหม คนเช่าต้องออกไหม?
พ.ร.บ. 2562 ไม่ได้ห้ามไว้ มาตรา 13 กำหนดว่าถ้าในวันขายฝากคุณให้คนอื่นใช้ที่ดินทำเกษตรอยู่แล้ว การขายฝากไม่กระทบสิทธิของเขา และค่าตอบแทนที่ได้เป็นของผู้ขายฝาก แต่ถ้าพ้นกำหนดเวลาไถ่โดยไม่มีการไถ่ สิทธิของผู้ใช้ประโยชน์สิ้นสุดลง ส่วนสิทธิตามสัญญาเช่าของผู้เช่าเองอาจมีกฎหมายอื่นเกี่ยวข้อง ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย และแจ้งผู้เช่ากับผู้ซื้อฝากให้รู้ตั้งแต่ต้น
ไถ่ไม่ทัน แต่ข้าวยังไม่ได้เกี่ยว ทำอย่างไรได้บ้าง?
มาตรา 19 ให้ผลิตผลเกษตรที่ไม่ได้เป็นส่วนควบของที่ดินเป็นของผู้ขายฝากหรือผู้มีสิทธิใช้ที่ดินทำเกษตร และผู้ซื้อฝากต้องยอมให้เข้าไปเก็บหรือขนย้ายภายในเวลาอันสมควรที่ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่ ถ้าไม่เก็บภายในเวลานั้น ถือว่าสละสิทธิในผลิตผล ช่วงเวลานี้เป็นเวลาเก็บผลผลิต ไม่ได้ยืดเวลาไถ่ที่ดิน ก่อนสรุปว่าไถ่ไม่ทันแล้ว ให้ตรวจก่อนว่าผู้ซื้อฝากส่งหนังสือแจ้งตามมาตรา 17 หรือไม่ ถ้าไม่ได้แจ้งหรือไม่ได้แนบสำเนาสัญญา คุณยังไถ่ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่
ขายฝากที่ดินเกษตรได้วงเงินเท่าไร?
กรอบทั่วไปของชัดเจนอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ และแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหลังประเมิน ที่ดินเกษตรสองแปลงที่ขนาดเท่ากันอาจได้วงเงินต่างกันมาก เพราะดูทั้งทางเข้าออก แหล่งน้ำ ขนาดและรูปแปลง และประเภทเอกสารสิทธิ ไม่มีตัวเลขสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกแปลง
ปรับปรุงข้อมูล 16 กันยายน 2569 · ข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละรายอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนลงนาม
