ชัดเจน · ขายฝากบ้านและที่ดิน รับทั่วประเทศ · LINE @311chlem
ชัดเจน / เรื่องควรรู้

ขายฝากที่นา สวนยาง ที่ดินเกษตร ยังทำกินได้ไหม ไถ่ไม่ทันทำอย่างไร

ขายฝากที่นา สวนยาง และที่ดินเกษตร อาจอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 ซึ่งให้ทำกินต่อและเก็บผลผลิตได้จนหมดสิทธิไถ่ อธิบายมาตรา 12 13 19 การวางแผนไถ่ให้ตรงรอบเก็บเกี่ยว และปัจจัยวงเงิน

ขายฝากที่นาแล้ว ยังทำนาได้ไหม?

ได้ ถ้าตามข้อเท็จจริงในวันขายฝาก ที่ดินเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาจะอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 ซึ่งมาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากครอบครองและใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมต่อได้จนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน และดอกผลที่งอกระหว่างสัญญาเป็นของผู้ขายฝาก แลกกับหน้าที่ดูแลที่ดินอย่างวิญญูชน ถ้าไม่ไถ่ภายในกำหนด ต้องส่งมอบที่ดิน แต่ผลิตผลเกษตรที่ไม่ใช่ส่วนควบของที่ดินยังเป็นของผู้ขายฝาก และเข้าไปเก็บได้ภายในเวลาอันสมควรที่ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่ (มาตรา 19)

ปรับปรุงข้อมูล · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ขายฝากที่นา ที่สวน และที่ดินเกษตรคืออะไร

ขายฝากที่ดินเกษตร คือการโอนกรรมสิทธิ์ที่นา ที่สวน หรือที่ไร่ ให้ผู้ซื้อฝากในวันจดทะเบียน แลกกับเงินก้อน แล้วมีสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่ตกลง เจ้าของที่ดินบางคนพิจารณาวิธีนี้เมื่อต้องการเงินลงทุนรอบการผลิต หรือปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่า

คำถามที่พบบ่อยคือ ถ้ากรรมสิทธิ์โอนไปแล้ว จะยังทำนา กรีดยาง หรือเก็บผลไม้ได้ไหม คำตอบขึ้นกับว่าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 หรือไม่

ถ้าอยู่ใต้กฎหมายนี้ คุณมีสิทธิชุดหนึ่งที่คู่สัญญาตกลงยกเว้นกันเองไม่ได้ ถ้าไม่อยู่ ความต่างสำคัญคือเรื่องผลผลิต สรุปของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าในสัญญาขายฝากทั่วไป ดอกผลของทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นของผู้ซื้อฝาก สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) จึงต้องดูข้อตกลงในสัญญาเป็นรายกรณี ที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ทำอะไร อ่านที่ ขายฝากที่ดินเปล่า

ขายฝากที่ดินเกษตรเข้า พ.ร.บ. 2562 เมื่อไร

มาตรา 4 กำหนดว่า "เกษตรกรรม" ในกฎหมายนี้ หมายถึงเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถ้าไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำบนที่ดินนับเป็นเกษตรกรรมหรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย

มาตรา 6 วางเงื่อนไขไว้สองข้อ

  • ผู้ขายฝากต้องเป็นบุคคลธรรมดา คือคนทั่วไป ถ้าที่ดินอยู่ในชื่อนิติบุคคล จะไม่เข้าเงื่อนไขข้อนี้
  • ดูข้อเท็จจริงในขณะขายฝาก ถ้าตามข้อเท็จจริงในวันที่ขายฝาก ที่ดินเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ใช้ พ.ร.บ. นี้ ไม่ว่าสัญญาจะเขียนไว้อย่างไร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะระบุในสารบัญจดทะเบียนไว้หรือไม่ แปลงของคุณเข้าข่ายหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

สัญญาต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ และพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องระบุในสารบัญให้ชัดว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย (มาตรา 7) สรุปของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่ากรมที่ดินมีแบบพิมพ์ ท.ด.1 สำหรับที่ดินที่มีโฉนด กับ ท.ด.1 ก สำหรับที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์)

เมื่อเข้ากฎหมายนี้แล้ว สินไถ่กำหนดสูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่คำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี นับแต่วันขายฝากถึงวันครบกำหนดไถ่ (มาตรา 8) และกำหนดเวลาไถ่ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี ถ้าสัญญาเขียนสั้นหรือยาวกว่านั้น สัญญาไม่ได้เป็นโมฆะ แต่ให้ถือว่ากำหนดเวลาไถ่เป็น 1 ปีหรือ 10 ปี แล้วแต่กรณี (มาตรา 10)

ขายฝากแล้วยังทำนาได้ไหม มาตรา 12 ว่าอย่างไร

ภายใต้บังคับมาตรา 13 มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และถือเอาประโยชน์จากที่ดินที่ขายฝาก เพื่อประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัย จนถึงวันที่หมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก และให้ดอกผลที่งอกจากทรัพย์ระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝาก

  • ทำนา ทำสวน ทำไร่ในแปลงเดิมต่อได้ตามปกติ ไม่ต้องย้ายออกในวันจดทะเบียน
  • ดอกผลที่งอกระหว่างสัญญาเป็นของคุณ ผลผลิตที่คุณทำเอง เช่น ข้าวที่เกี่ยว น้ำยางที่กรีด ผลไม้ที่เก็บ จึงไม่ต้องแบ่งให้ผู้ซื้อฝาก
  • คุณไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการทำกินเอง หน้าสำหรับผู้ลงทุนของชัดเจนก็เขียนไว้ว่าผู้ลงทุนคิดค่าเช่าระหว่างสัญญาไม่ได้
  • ข้อตกลงที่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. เป็นโมฆะ แม้ทำเป็นเอกสารต่างหาก (มาตรา 6) ถ้าเจอข้อความให้ส่งผลผลิตหรือจ่ายค่าเช่าที่ดินที่คุณทำกินเอง ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนลงนาม

สิทธินี้มาพร้อมหน้าที่ มาตรา 12 ให้ผู้ขายฝากรักษาและสงวนที่ดินอย่างวิญญูชนพึงรักษาทรัพย์ของตนเอง ในทางปฏิบัติอาจหมายถึง ไม่ขุดหน้าดินไปขาย และไม่ปล่อยให้คันนาหรือร่องสวนพังโดยไม่ซ่อม

ถ้ามีบ้านอยู่บนแปลงด้วย อ่าน ขายฝากแล้วยังอยู่บ้านได้ไหม

ที่นาที่มีคนเช่าทำอยู่แล้ว มาตรา 13 คุ้มครองอย่างไร

บางแปลงเจ้าของให้ญาติหรือเพื่อนบ้านเช่าทำ มาตรา 13 แยกกติกาไว้สามเรื่อง

  • ผู้เช่าที่มีอยู่แล้วในวันขายฝาก ถ้าในวันขายฝากคุณให้คนอื่นใช้ที่ดินทำเกษตรอยู่แล้ว การขายฝากไม่กระทบสิทธิของผู้ใช้ประโยชน์นั้น และค่าตอบแทนที่ได้เป็นของผู้ขายฝาก
  • ให้คนใหม่เช่าระหว่างสัญญา คู่สัญญาตกลงเป็นหนังสือได้ว่าค่าตอบแทนเป็นของฝ่ายใด ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ ผู้ขายฝากให้คนอื่นใช้ได้ แต่ค่าตอบแทนเป็นของผู้ซื้อฝาก
  • เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่โดยไม่มีการไถ่ สิทธิของผู้ใช้ประโยชน์สิ้นสุดลง ทั้งผู้ขายฝากและผู้ใช้ประโยชน์ต้องรักษาที่ดินอย่างวิญญูชน

ถ้าค่าเช่าจากผู้เช่ารายใหม่ตกเป็นของผู้ซื้อฝาก มาตรา 8 ให้ถือว่าค่าตอบแทนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสินไถ่ที่ชำระแล้ว ควรเก็บหลักฐานยอดที่ผู้ซื้อฝากได้รับไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้ตรวจยอดสินไถ่ในวันไถ่

ถ้าไถ่ไม่ทัน ผลิตผลในแปลงเป็นอย่างไร มาตรา 19

ถ้าไม่ไถ่ภายในเวลาที่กำหนดในสัญญาหรือที่ พ.ร.บ. กำหนด มาตรา 19 ให้ผู้ขายฝากส่งมอบการครอบครองที่ดินตามสภาพในเวลานั้น แต่สำหรับผลิตผลเกษตร กฎหมายให้เวลาเข้าไปเก็บหรือขนย้ายอีกไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่

เรื่องสิ่งที่มาตรา 19 กำหนด
การส่งมอบที่ดินส่งมอบการครอบครองตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานั้น และผู้ซื้อฝากได้รับไปโดยปลอดสิทธิที่ผู้ขายฝากก่อขึ้นระหว่างสัญญา
ผลิตผลที่ไม่ใช่ส่วนควบของที่ดินเป็นของผู้ขายฝาก หรือผู้มีสิทธิใช้ที่ดินนั้นทำเกษตร
เวลาเข้าไปเก็บหรือขนย้ายภายในเวลาอันสมควร ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่
การแจ้งผู้ซื้อฝากมีหนังสือแจ้งเจ้าของผลิตผลให้ทราบ
ถ้าไม่เก็บภายในเวลานั้นถือว่าสละสิทธิในผลิตผลนั้น

ต้องเข้าใจให้ตรงสองข้อ ข้อแรก ช่วงเวลานี้ไม่ได้ยืดเวลาไถ่ที่ดิน สิทธิไถ่หมดแล้ว สิ่งที่เหลือคือสิทธิในผลิตผลเท่านั้น ข้อสอง กฎหมายพูดถึงเฉพาะผลิตผลที่ไม่ได้เป็นส่วนควบของที่ดิน และสรุปของกระทรวงพาณิชย์อธิบายหลักของสัญญาขายฝากทั่วไปว่า แม้สัญญาขายฝากที่ดินไม่ได้ระบุถึงส่วนควบ ก็ถือว่าขายฝากส่วนควบไปด้วย สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 (กระทรวงพาณิชย์) ส่วนต้นไม้ยืนต้นในสวนของคุณนับเป็นส่วนควบหรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย

ขายฝากสวนยาง สวนผลไม้ และนาข้าว วางแผนไถ่ให้ตรงรอบเก็บเกี่ยว

รายได้ของที่ดินเกษตรไม่ได้เข้าทุกเดือนเท่ากัน นาข้าวมีเงินเข้าเป็นก้อนหลังเกี่ยว สวนผลไม้มีฤดูของมัน สวนยางมีช่วงที่ต้นพักกรีด ถ้าวันครบกำหนดตกช่วงที่ยังไม่มีเงินเข้า ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

  1. เขียนปฏิทินรายได้ของแปลง จดว่าเดือนไหนลงทุน เดือนไหนเก็บผลผลิต และเดือนไหนเงินเข้าจริง
  2. ตั้งวันครบกำหนดหลังฤดูเก็บเกี่ยว เลือกระยะเวลาไถ่ให้วันครบกำหนดตกหลังช่วงขายผลผลิต ไม่ใช่ก่อน
  3. แยกเงินไถ่ออกจากเงินลงทุนรอบถัดไป หลังขายผลผลิตแต่ละรอบ กันเงินไถ่ไว้ก่อนนำไปซื้อปุ๋ยหรือจ่ายค่าแรง
  4. เผื่อปีที่ผลผลิตเสียหาย ฝนแล้ง น้ำท่วม หรือราคาตกเกิดขึ้นได้ ควรมีแหล่งเงินสำรองอีกทาง
  5. รู้ทางเลือกตามกฎหมาย ไถ่ก่อนกำหนดได้ โดยส่วนเพิ่มลดลงตามสัดส่วนของเวลาที่ลดลง แต่ผู้ซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝากตามเวลาที่เหลือ ส่วนการขยายเวลาไถ่ เมื่อรวมกับเวลาเดิมต้องไม่เกิน 10 ปี (มาตรา 10)
  6. จดวันครบกำหนดเอง ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือล่วงหน้า 3–6 เดือน ถ้าไม่แจ้งหรือไม่แนบสำเนาสัญญา ไถ่ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่ ตามจำนวนสินไถ่ในสัญญา (มาตรา 17) แต่อย่ารอหนังสือ ดู หนังสือแจ้งกำหนดไถ่

มาตรา 18 ให้ไถ่ได้ทั้งโดยชำระสินไถ่ให้ผู้ซื้อฝาก หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากนั้น ถ้าไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ได้เพราะเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของคุณ วางทรัพย์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่ หรือนับแต่วันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี อ่านขั้นตอนที่ วางทรัพย์ไถ่ขายฝาก

ปัจจัยที่มีผลต่อวงเงินขายฝากที่ดินเกษตร

ที่ดินเกษตรไม่ได้ดูแค่จำนวนไร่ แต่ดูว่าถ้าต้องขายแปลงนี้ จะขายได้เร็วแค่ไหนและได้ราคาเท่าไร

ปัจจัยทำไมมีผล
ทางเข้าออกติดถนนสาธารณะ หรือมีทางที่จดทะเบียนไว้ถูกต้อง แปลงที่ต้องผ่านที่คนอื่นขายต่อยากกว่า
แหล่งน้ำและความเสี่ยงมีน้ำใช้ทำเกษตรได้จริง ส่วนแปลงที่น้ำท่วมซ้ำหรือดินเค็มขายต่อได้ยากกว่า
ขนาดและรูปแปลงแปลงรูปร่างใช้งานง่ายและขนาดพอเหมาะกับตลาดในพื้นที่ หาผู้ซื้อต่อได้ง่ายกว่า
เอกสารสิทธิโฉนดที่ดินเป็นเอกสารสิทธิที่สมบูรณ์ที่สุด น.ส.3 ก. วงเงินพิจารณาเป็นรายกรณี เอกสารบางแบบไม่อยู่ในขอบเขตที่รับพิจารณา
ภาระในโฉนดจำนอง ขายฝากเดิม หรือภาระจำยอมที่จดทะเบียนไว้ ต้องแจ้งตั้งแต่ต้นและวางแผนจัดการก่อนจดทะเบียน

กรอบวงเงินทั่วไปของชัดเจนอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ ทีมงานตรวจเอกสาร ลงพื้นที่ดูสภาพแปลงกับทางเข้าออกจริง แล้วแจ้งข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้รับประกันว่าทุกแปลงจะผ่านหรือได้เท่ากัน รายละเอียดเอกสารแต่ละแบบอ่านได้ที่ เอกสารสิทธิที่ดินแต่ละแบบ และขอบเขตที่รับพิจารณาอยู่ที่ ขายฝากที่ดิน

ตัวอย่างตัวเลข ขายฝากที่นา 1 แปลง

สมมติราคาขายฝาก 1,200,000 บาท ส่วนเพิ่ม 0.75% ต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราเริ่มต้นของชัดเจน (เท่ากับ 9% ต่อปี) ระยะเวลาไถ่ 24 เดือน

รายการวิธีคิดจำนวน
ส่วนเพิ่มต่อเดือน1,200,000 × 0.75%9,000 บาท
ส่วนเพิ่มรวม 24 เดือน9,000 × 24216,000 บาท
เพดานส่วนเพิ่มตามมาตรา 81,200,000 × 15% × 2 ปี360,000 บาท
ค่าประเมินและค่าบริการเริ่มต้น1,200,000 × 1.5%18,000 บาท

ถ้าชำระส่วนเพิ่มครบทุกเดือน ยอดไถ่ในวันครบกำหนดคือ 1,200,000 บาท ถ้าไม่ได้ชำระเลย ยอดคือ 1,416,000 บาท ลองเทียบส่วนเพิ่มทั้งปีกับรายได้สุทธิของแปลงในปีปกติ ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ และยังไม่รวมค่าธรรมเนียมกับภาษีที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งต้องตรวจสอบกับสำนักงานที่ดิน คำนวณด้วยตัวเลขของคุณที่ ค่าใช้จ่ายและเงินรับสุทธิ

ข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวัง

ข้อดี

ได้เงินก้อนจากมูลค่าที่ดิน โดยยังทำกินในแปลงเดิมและได้ผลผลิตต่อ ถ้าเข้า พ.ร.บ. 2562 มีเพดานส่วนเพิ่ม กรอบเวลาไถ่ หนังสือแจ้ง และเวลาเก็บผลผลิตคุ้มครอง

ข้อเสีย

กรรมสิทธิ์โอนไปตั้งแต่วันจดทะเบียน ถ้าไถ่ไม่ทันจะเสียที่ทำกิน และรายได้เกษตรไม่แน่นอน วางแผนเงินไถ่ยากกว่ารายได้ประจำ

  • ระวังการถูกขอให้หยุดทำเกษตรหรือย้ายออกก่อนวันจดทะเบียน เพราะทำให้ข้อเท็จจริงในขณะขายฝากคลุมเครือ
  • ตรวจชื่อในโฉนดและภาระที่จดทะเบียนไว้ก่อน ถ้าชื่อเจ้าของยังไม่ถูกต้อง วิธีแก้ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีกับสำนักงานที่ดิน
  • อ่านสัญญาที่สำนักงานที่ดินก่อนลงนาม ตรวจราคาขายฝาก จำนวนสินไถ่ และวันครบกำหนดไถ่ ซึ่งมาตรา 8 กำหนดให้ต้องมีในสัญญา ให้ตรงกับที่ตกลง

สรุปสิทธิทั้งหมดตามกฎหมายอยู่ในหน้า สิทธิและการไถ่คืน ถ้าสถานการณ์ของคุณซับซ้อน เช่น ที่ดินมีเจ้าของร่วมหลายคน ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมายก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

ขายฝากแล้วยังทำนาได้ไหม?

ได้ ถ้าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 คือที่ดินใช้ทำเกษตรจริงในวันขายฝากและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา มาตรา 12 ให้ครอบครอง ใช้สอย และได้ดอกผลจากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจนถึงวันหมดสิทธิไถ่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก ข้อตกลงที่ขัดกับเรื่องนี้เป็นโมฆะ (มาตรา 6) แต่คุณต้องดูแลที่ดินอย่างวิญญูชน

ขายฝากสวนยางแล้ว น้ำยางที่กรีดได้ระหว่างสัญญาเป็นของใคร?

ถ้าสัญญาอยู่ใต้ พ.ร.บ. 2562 มาตรา 12 ให้ดอกผลที่งอกจากทรัพย์สินที่ขายฝากระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝาก และให้คุณใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมโดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝาก ถ้าคุณกรีดเอง ผลผลิตระหว่างสัญญาจึงเป็นของคุณตามหลักนี้ แต่ถ้าให้คนอื่นเช่ากรีดหลังวันขายฝาก ค่าเช่าอาจเป็นของผู้ซื้อฝากตามมาตรา 13 กรณีที่ไม่แน่ใจว่าสัญญาเข้ากฎหมายนี้หรือไม่ ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย

ที่นาที่ให้คนอื่นเช่าทำอยู่ ขายฝากได้ไหม คนเช่าต้องออกไหม?

พ.ร.บ. 2562 ไม่ได้ห้ามไว้ มาตรา 13 กำหนดว่าถ้าในวันขายฝากคุณให้คนอื่นใช้ที่ดินทำเกษตรอยู่แล้ว การขายฝากไม่กระทบสิทธิของเขา และค่าตอบแทนที่ได้เป็นของผู้ขายฝาก แต่ถ้าพ้นกำหนดเวลาไถ่โดยไม่มีการไถ่ สิทธิของผู้ใช้ประโยชน์สิ้นสุดลง ส่วนสิทธิตามสัญญาเช่าของผู้เช่าเองอาจมีกฎหมายอื่นเกี่ยวข้อง ควรปรึกษาผู้รู้กฎหมาย และแจ้งผู้เช่ากับผู้ซื้อฝากให้รู้ตั้งแต่ต้น

ไถ่ไม่ทัน แต่ข้าวยังไม่ได้เกี่ยว ทำอย่างไรได้บ้าง?

มาตรา 19 ให้ผลิตผลเกษตรที่ไม่ได้เป็นส่วนควบของที่ดินเป็นของผู้ขายฝากหรือผู้มีสิทธิใช้ที่ดินทำเกษตร และผู้ซื้อฝากต้องยอมให้เข้าไปเก็บหรือขนย้ายภายในเวลาอันสมควรที่ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่ ถ้าไม่เก็บภายในเวลานั้น ถือว่าสละสิทธิในผลิตผล ช่วงเวลานี้เป็นเวลาเก็บผลผลิต ไม่ได้ยืดเวลาไถ่ที่ดิน ก่อนสรุปว่าไถ่ไม่ทันแล้ว ให้ตรวจก่อนว่าผู้ซื้อฝากส่งหนังสือแจ้งตามมาตรา 17 หรือไม่ ถ้าไม่ได้แจ้งหรือไม่ได้แนบสำเนาสัญญา คุณยังไถ่ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่

ขายฝากที่ดินเกษตรได้วงเงินเท่าไร?

กรอบทั่วไปของชัดเจนอยู่ที่ 50–80% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมินได้ และแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหลังประเมิน ที่ดินเกษตรสองแปลงที่ขนาดเท่ากันอาจได้วงเงินต่างกันมาก เพราะดูทั้งทางเข้าออก แหล่งน้ำ ขนาดและรูปแปลง และประเภทเอกสารสิทธิ ไม่มีตัวเลขสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกแปลง

คำนวณเงินสุทธิเตรียมข้อมูลประเมิน